ถั่วแระ อาหารทานเล่นเพื่อสุขภาพ ที่ถูกปากจนหยุดทานไม่ได้

เมื่อได้ยินชื่อ ถั่วแระหลายท่านคงนึกถึง ถั่วแระของประเทศญี่ปุ่น เป็นสิ่งแรกๆ แต่จากข้อมูลการเกษตรพบว่า ถั่วแระก็คือถั่วเหลืองฝักสด และเป็นถั่วชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ที่เก็บเมล็ดไม่แก่ไม่อ่อนเกินไป เป็นพืชล้มลุก มีทรงพุ่ม ผลเป็นฝัก มีลักษณะทรงแบนยาวรี โค้งงอเล็กน้อย มีขนอ่อนๆ ฝักมีสีเขียวอมม่วง สีเขียวอมเหลือง สีเขียว ตามสายพันธุ์ ฝักจะนูนขึ้น มีเมล็ดโตเรียงกันอยู่ข้างใน เมล็ดไม่แก่ไม่อ่อนเกินไป เมล็ดสีเขียวอมเหลือง สีเขียว มีรสชาติหวานมัน มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย ต่อมาได้มีปลูกกันมาก ในหลายประเทศทั่วโลก ในประเทศไทยมีปลูกหลายสายพันธุ์ มีประโยชน์และสรรพคุณ ทางยาหลายอย่าง ใช้เมล็ดรับประทาน นำมาประกอบอาหารเมนูต่างๆ ได้หลายเมนู โดยเฉพาะการนำมาต้มเพื่อทานเมล็ดเป็นอาการทานเล่นจานโปรดที่ดีต่อสุขภาพมากๆ 

ถั่วแระไทย

ข้อมูลทั่วไป

ชื่อสามัญ : Angola pea, Pigeon pea , Congo pea

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cajanus cajan (Linn.) Millsp.

วงศ์ : FABACEAE –LEGUMINOSAE

ลักษณะของต้นถั่วแระ  ต้น ดอก ผล ใบ

ถั่วแระจัดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ที่ปลูกง่ายให้ผลผลิตเร็ว มีหลากหลายชนิดและสายพันธุ์ โดยลักษณะทั่วไปของถั่วแระมีดังนี้

ลำต้น

ตั้งตรง สูง 1-3.5 เมตร ผิวลำต้นเกลี้ยง เมื่อยังอ่อนลำต้นจะสีเขียวหม่น แต่เมื่อลำต้นแก่จะเปลี่ยนเป็นสีม่วงแดงและแตกเป็นร่องสีน้ำตาล  

ใบ

ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก นั่นคือสาเหตุว่าทำไมชื่อในภาษาอังกฤษจึงเรียกถั่วชนิดนี้ว่า Pigeon pea ใบออกเรียงสลับเป็นก้านๆ ซึ่งใน 1 ก้านจะมีใบย่อย 3 ใบ โดยใบย่อยจะมีขนาดเล็กจะแตกออกมาตามลำต้น กิ่งก้านลักษณะของใบย่อยเป็นรูปขอบขนานแกมใบหอก ปลายใบแหลม แต่โคนใบแหลมน้อยกว่าคล้ายใบขมิ้นต้น ใบมีขนาดกว้าง 1-3.5 เซนติเมตร ยาว 1.5-10 เซนติเมตร ผิวใบทั้งสองด้านมีขนสีขาวนวลขึ้นอยู่ทั่วใบ  

ดอก

ออกเป็นช่อบริเวณซอกใบ คล้ายดอกถั่วกลีบดอกสีเหลืองมีขอบสีน้ำตาลแดง มีกลีบเลี้ยงที่ปลายแยกเป็นแฉก 5 แฉกที่โคนดอก ผล ออกเป็นฝักลักษณะแบนยาวมีขนเป็นสีม่วงเข้มปนเขียว โดยฝักจะแบ่งเป็นห้องๆ 3-4 ห้อง ภายในมีเมล็ด ห้องละ 1 เมล็ด   

เมล็ด

เหมือนถั่วเหลืองมีลักษณะกลมแบนเล็กน้อยมีสีเหลืองขาวหรือสีแดง

ถั่วแระ สรรพคุณ

ประโยชน์ของถั่วแระ

คนไทยส่วนใหญ่รู้จักถั่วแระในด้านการเป็นอาหารทานเล่นที่ดีต่อสุขภาพมากๆ เพราะช่วยลดระดับคอเลสเตรอล ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต กรรมวิธีการทานก็ง่าย ทำได้โดยการใช้เมล็ดนำมาต้มและรับประทานเป็นของกินเล่น นอกจากนี้แล้วเมล็ดถั่วแระยังมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง ฝักและรากยังใช้เป็นเครื่องยาสมุนไพร โดยฝักมีรสมันเฝื่อนเล็กน้อย มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงร่างกาย รากและเมล็ดใช้ปรุงเป็นยากินรักษาไข้ ถอนพิษ ใบของถั่วแระยังใช้เป็นยาแก้ไอขับเสมหะได้ดี  เป็นยาแก้ท้องเสีย น้ำคั้นจากใบใช้ใส่แผลในปากหรือหู เป็นยารักษาบาดแผล  ต้น ราก และใบมีสรรพคุณเป็นยาขับผายลม เมล็ดทั้งฝักยังมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงไขข้อ บำรุงเส้นเอ็น ส่วนทั้งฝักมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกระดูก บำรุงเส้นเอ็น ได้ดีอีกชนิดหนึ่ง

วิธีการปลูก และ ดูแลการปลูก

ถั่วแระเป็นพืชที่ให้ผลผลิตต่อเนื่องและไม่ต้องรอนาน อีกทั้งผลผลิตที่เก็บจากต้นสามารถเก็บต่อไปได้อีกเป็นระยะเวลานานถึงกว่า 2 เดือน จึงทำให้ถั่วแระกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งที่มีผู้สนใจปลูกเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

สภาพดินที่ใช้ในการปลูก

ถั่วแระเป็นพืชที่เจริญได้ในดินแทบทุกชนิด แต่หากจะให้เจริญเติบโตได้ดีสุดๆ ควรเลือกใช้ดินร่วนปนดินเหนียว โดยกรรมวิธีในการปลูก จะใช้เมล็ดพันธุ์ที่เลือกหยอดลงในแปลงดินที่เตรียมไว้ ประมาณ 3-4 เมล็ด พร้อมกลบดินให้แน่นพอประมาณ โดยเว้นระยะห่างกันประมาณ 15×20 เซนติเมตร และเมื่อต้นกล้าเจริญเติบโตขึ้น ให้เลือกถอนกล้าที่ไม่สมบูรณ์ออก ให้เหลือแค่สองต้น ก็พอเพื่อให้ผลผลิตที่ดีต่อไป 

การรดน้ำ

ถั่วแระเป็นพืชที่ชอบน้ำ แต่ต้องสามารถระบายน้ำได้ดี ไม่มีน้ำขัง 

แสงแดด

พืชชนิดนี้ ชอบแสงแดด ต้องดูแลรดน้ำเสมอ และให้โดนแดดได้ตลอดวัน ต้องหมั่นรดน้ำเสมอ โดยรดน้ำเช้าเย็น จะทำให้โตได้เร็ว

สายพันธุ์ถั่วแระ

ถั่วแระ ญี่ปุ่น

ในประเทศไทยสายพันธุ์ถั่วแระที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด คงหนีไม่พ้น “ถั่วแระญี่ปุ่น” ที่เป็นถั่วเหลืองที่มีฝักขนาดใหญ่ ที่เก็บผลผลิตในระยะที่ฝักยังไม่แก่หรือไม่อ่อนเกินไป  บริโภคเมล็ดในระยะเมล็ดเต่งเต็มที่ แต่ฝักยังมีสีเขียวอยู่ อายุเก็บเกี่ยวฝักสด ประมาณ 65 วัน ลำต้นเป็นพุ่มเตี้ย มี 7-10 ข้อ และแขนง 2-3 แขนง เมล็ดพันธุ์มีขนาดใหญ่ โดยเมล็ด 100 เมล็ด จะมีน้ำหนักประมาณ 25-35 กรัม ส่วนใหญ่บริโภคฝักสดเป็นอาหารว่าง โดยต้มทั้งฝักในน้ำเดือด โรยเกลือเล็กน้อย รวมถึงแกะเมล็ดออกจากฝักเพื่อนำมาใช้ประกอบอาหารได้หลายชนิด เช่น ผัดกับกุ้ง แกงส้ม ข้าวผัด และสามารถใช้แทนถั่วลันเตากระป๋องได้เป็นอย่างดี

ส่วนถั่วแระอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่าถั่วแระไทย จะเป็นพรรณไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดย่อม อายุฤดูเดียวหรือหลายฤดู ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง สูงประมาณ 1-3.5 เมตร กิ่งแผ่ออกด้านข้างเป็นคู่ ผิวของลำต้นเกลี้ยงเป็นสีเขียวหม่น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด มีทั้งถั่วแระขาวและถั่วแระแดง พบขึ้นในที่โล่งแจ้งชายป่าเบญจพรรณในทั่วทุกภาคของไทย ซึ่งคนไทยจะเรียกว่า ถั่วแระต้น นั่นเอง

คุณค่าทางอาหาร ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน                        343                  กิโลแคลอรี
  • โปรตีน                          22.7                 กรัม
  • ไขมัน                            1.49                 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต                62.78               กรัม
  • ใยอาหาร                       15                    กรัม
  • วิตามินB1                     0.643               มิลลิกรัม
  • วิตามินB2                     0.187               มิลลิกรัม
  • วิตามินB3                     2.965               มิลลิกรัม
  • วิตามินB5                     1.266               มิลลิกรัม
  • วิตามินB6                     0.283               มิลลิกรัม
  • วิตามินB9                     456                  ไมโครกรัม

ข้อควรรู้ก่อนทานถั่วแระ

สำหรับถั่วแระต้น หรือ ถั่วแระที่เป็น ไม่พรรณพุ่ม เพื่อเป็นสมุนไพรตามตำรับตำรายาต่างๆ นั้นควรระมัดระวังในการใช้เช่นเดียวกันกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ โดยควรใช้ในปริมาณที่พอดีและไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ สำหรับเด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หรือผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำก่อนจะใช้ถั่วแระต้นเป็นสมุนไพรควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ

และสำหรับถั่วแระสายพันธุ์ญี่ปุ่นนั้น สำหรับผู้ที่มีประวัติการแพ้ถั่วเหลืองหรือถั่วชนิดต่างๆ ก็ควรระมัดระวัง โดยเฉพาะในเด็ก เพื่อความปลอดภัย ใครที่แพ้อาหารบ่อยๆควรปรึกษาแพทย์ก่อนซื้อถั่วแระญี่ปุ่นมากิน

แหล่งอ้างอิง

: http://www.phargarden.com/

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้