บลูเบอร์รี่ สุดยอดผลไม้เมืองหนาว ปลูกง่าย รสชาติอร่อย ประโยชน์มากมาย

บลูเบอร์รี่   

บลูเบอร์รี่ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอเมริกาและแคนนาดา  ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ให้ผลมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ผลไม้ที่ใครหลายคนชอบรับประทาน นอกจากนั้นยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นขนมหวาน ทำเป็นน้ำผลไม้ หรือใช้เป็นส่วนผสมของเค้กต่างๆ ได้มากมาย ที่สำคัญบลูเบอร์รี่ยังขึ้นชื่อได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์มากมาย โดยในวันนี้เราจะมาพูดถึงสาระสำคัญหรือข้อมูลเกี่ยวกับต้นบลูเบอร์รี่ วิธีการปลูก การขยายพันธุ์ รวมถึงสรรพคุณของบลูเบอร์รี่ ซึ่งจะน่าสนใจแค่ไหนตามไปชมพร้อมๆ กันเลย

การปลูกบลูเบอร์รี่ ในกระถาง
https://medthai.com

ข้อมูลทั่วไปของบลูเบอร์รี่

  • ต้นบลูเบอร์รี่ มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า “Vaccinium spp.”
  •  ชื่อเรียกภาษาอังกฤษ หรือชื่อสามัญ “Blueberry”
  •  ต้นบลูเบอร์รี่จัดอยู่ในวงศ์ของ “ERICACEAE”

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของบลูเบอร์รี่

ราก

รากของต้นบลูเบอร์รี่ มีลักษณะเป็นรากแก้ว สีน้ำตาลที่แทงลงไปในดิน ซึ่งจะมีรากแขนงและรากฝอยเล็กๆ ออกตามแนวราบ

ต้น

บลูเบอรี่เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ที่มีขนาดความสูงของลำต้นตั้งแต่ 10 เซนติเมตร ไปจนถึง 10 เมตร ลำต้นเป็นทรงกลม สีน้ำตาล แตกกิ่งก้านออกเป็นพุ่ม

ใบ

บลูเบอร์รี่มีลักษณะเป็นใบเดี่ยว สีเขียว ออกเรียงสลับกัน และมีลักษณะใบคล้ายรูปหอกหรือรูปไข่ ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว โดยใบมีความกว้างประมาณ 0.5-3.5 เซนติเมตร  และยาว 1-8 เซนติเมตร

ดอก

บลูเบอรี่จะออกดอกเป็นช่อ ซึ่งมีดอกย่อย ลักษณะของดอกคล้ายรูปทรงระฆัง ดอกสีชมพู และสีแดง กลีบดอกมีสีขาว ส่วนกลีบเลี้ยงมีสีเขียว ก้านช่อยาว ออกดอกตามซอกใบ ซอกกิ่งและบริเวณปลายยอด

ผล

ผลของบลูเบอร์รี่ ผลอ่อนจะมีสีเขียว ส่วนผลแก่จะมีสีม่วงแดง ซึ่งถ้าเป็นผลสุกจะมีลักษณะเป็นสีม่วงเข้มหรือสีฟ้าอมม่วง ภายในมีเนื้อสีม่วงอมน้ำเงิน เนื้อนุ่มฉ่ำน้ำ รสชาติหวานหรือเปรี้ยวอมหวานแล้วแต่ตามสายพันธุ์ มีกลิ่นหอม ลักษณะการออกผลของบลูเบอร์รี่คือเป็นผลเดี่ยวอยู่กันเป็นพวง ผลเป็นทรงกลมเล็กๆ ปลายผลมีวงแหวนเล็กๆ คล้ายมงกุฎเปลือกเรียบผิวนวลทั่วทั้งผล

บลูเบอรี่เขตร้อน

สรรพคุณของบลูเบอร์รี่

  • บลูเบอร์รี่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมายหลายชนิด ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายช่วยทำให้เซลล์ภายในร่างกายสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ และช่วยรักษาโรคต่างๆ ให้ดีขึ้น ตลอดจนช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ป้องกันไข้หวัด ป้องกันมะเร็ง เป็นต้น อีกทั้งยังช่วยรักษาบาดแผลให้หายได้เร็วขึ้นอีกด้วย
  • บลูเบอรี่เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยบำรุงผิวพรรณ ลดเลือนริ้วรอยและทำให้ผิวดูขาวกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังช่วยลดอาการอักเสบของหลอดเลือด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ โรคสมองและโรคทางระบบประสาท
  • บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin)  เป็นสารจำพวกฟลาโวนอยด์ที่มีสีแดงอมม่วง ซึ่งสารนี้จะช่วยทำให้หลอดเลือดแข็งแรงและช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยในกระบวนการเมตาบอลิซึมขอเซลล์เรตินา เท่านั้นยังไม่พอ สารแอนโทรไซยานิน ยังเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของไต ช่วยรักษาผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดฝอยเปราะในอวัยวะซึ่งทำหน้าที่กรองของเสีย นอกจากนั้นยังมีสารสีน้ำเงินที่สามารถช่วยต้านเชื้อโรคแบคทีเรียได้อีกด้วย
  • การรับประทานผลไม้อย่างบลูเบอร์รี่ จะช่วยในระบบการย่อยอาหารหรือการขับถ่ายทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น ช่วยป้องกันโรคท้องผูกและยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย
  • ช่วยในเรื่องระบบปัสสาวะ ซึ่งบลูเบอรี่จะมีสารที่ทำให้แบคทีเรียหยุดการเจริญเติบโต จึงช่วยล้างแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะได้
  • ช่วยลดน้ำหนักหรือลดความอ้วน เนื่องจากบลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีพลังงานชั้นยอด แต่มีแคลอรี่ที่ต่ำ เมื่อรับประทานแล้ว จึงไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีเส้นใยอาหารที่ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มได้เร็วขึ้นหรืออิ่มได้นานมากกว่าเดิมอีกด้วย
  • บลูเบอรี่มีสารเพคตินที่สามารถช่วยให้ระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายลดลงหรือช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเส้นเลือด
บลูเบอรี่โครงการหลวง ราคา
https://the-way-of-japan.com

วิธีการปลูกต้นบลูเบอร์รี่

บลูเบอรี่ แม้จะเป็นผลไม้เมืองหนาวแต่ก็สามารถปลูกได้ในเมืองไทยเช่นเดียวกัน ด้วยการเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศภายในบ้านของเรา ซึ่งบลูเบอร์รี่บางสายพันธุ์สามารถปลูกขึ้นได้ทุกภาคของประเทศไทย ยกตัวอย่างเช่นสายพันธุ์กลุ่ม Southern Highbush เป็นพันธุ์ผสมระหว่าง Vaccinium Corymbosum กับบลูเบอร์รี่ท้องถิ่นของฟลอริด้า V.darrowii คือ ต้นบลูเบอร์รี่ที่มีลักษณะเป็นพุ่มสูงประมาณ 6-8 ฟุต โดยสายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ที่ต้องการความหนาวเย็นน้อยในการสร้างดอกและสามารถปลูกได้ในประเทศไทยของเรานั่นเอง สายพันธุ์ที่แนะนำได้แก่

  • Sunshine blue
  • Sharp blue
  • Biloxi
  • OB1

อย่างไรก็ตาม ต้นบลูเบอร์รี่จะมีอายุยาวนาน ซึ่งหากดูแลรักษาได้ดีอาจได้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 20-50 ปีเลยทีเดียว สำหรับการปลูกและดูแลบลูเบอร์รี่ในเบื้องต้นมีวิธีการ ดังต่อไปนี้

  • ดินที่ปลูกนั้นจะต้องสามารถระบายน้ำได้ดี
  • แนะนำให้คลุมหน้าดินด้วยฟาง เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นไว้
  • ควรปลูกเป็นแถวยกร่องสูง ประมาณ 1 -1.5 ฟุต ขนาดของร่องมีความกว้าง 3 ฟุต เพื่อการระบายน้ำที่ดี
  • บลูเบอร์รี่ชอบแสงแดดจัด ดังนั้น ควรปลูกไว้ในพื้นที่ที่แสงแดดสามารถเข้าถึงและมีอากาศถ่ายเท
  • บลูเบอร์รี่ชอบดินที่เป็นกรด โดยมีค่าความเป็นกรดด่างประมาณ 5.0

อย่างไรก็ตาม ข้อควรแนะนำอีกอย่างหนึ่งก็คือในช่วง 1-2 ปีแรก ไม่ควรปล่อยให้บลูเบอร์รี่ออกผล ควรจะให้ปลิดดอกทิ้งเพื่อให้ลำต้นมีความแข็งแรงและสามารถเก็บผลผลิตได้จำนวนมาก ในปีที่ 3

วิธีการขุดหลุม ให้ขุดหลุมขนาดประมาณ 2 เท่าของถุงดำหรือกระถางที่ใส่ต้นพันธุ์มา หลังจากนั้นให้ผสมปุ๋ยอินทรีย์ เสริมซิลิคอนเข้ากับดิน ผสมให้เข้ากัน ก่อนนำกลับเข้าไปในหลุมและใส่ต้นพันธุ์เพื่อกลบดิน คลุมผิวดินด้วยอินทรีย์วัตถุยกตัวอย่างเช่น ฟาง เพื่อควบคุมความชื้น หลังจากต้นเริ่มโตได้แล้วพอประมาณให้ตัดกิ่งออก 25% เพื่อกระตุ้นในการสร้างสิ่งใหม่

เมล็ดพันธุ์ บลูเบอร์รี่
https://oknation.nationtv.tv

บลูเบอร์รี่เป็นต้นไม้ที่มีระบบรากตื้น ดังนั้น ควรให้น้ำในปริมาณที่มากกว่าพืชชนิดอื่น ด้วยการรดน้ำให้ชุ่ม ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การรดน้ำให้ดินพอเปียกเท่านั้น ในส่วนของการใส่ปุ๋ย เมื่อเริ่มเข้าฤดูฝนแล้วบลูเบอรี่จะสร้างใบใหม่ออกมาเป็นจำนวนมากควรใช้ปุ๋ยสูตร 10-5-5 ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับสภาพดินในแต่ละพื้นที่ด้วย การใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 ควรใส่หลังจากที่ตัดแต่งกิ่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อเร่งการสร้างใบใหม่นั่นเอง บลูเบอร์รี่เป็นพืชที่ค่อนข้างมีแมลงมารบกวนน้อย ส่วนใหญ่จะพบได้แก่จำพวกหนอน นก และรากแป้ง  ส่วนการขยายพันธุ์บลูเบอรี่ที่นิยมจะมีด้วยกัน 2 วิธีคือ การเพาะเมล็ด และการปักชำกิ่ง

ต้นบลูเบอร์รี่ให้ผลที่มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานหรือบางสายพันธุ์ก็มีรสชาติที่หวานอร่อย อีกทั้งยังมีสรรพคุณหรือมีคุณประโยชน์มากมายในด้านสุขภาพและความสวยความงาม แม้ว่าต้นบลูเบอร์รี่จะเป็นผลไม้เมืองหนาว แต่ก็สามารถเจริญเติบโตได้ในประเทศไทยของเราเช่นเดียวกัน หากเลือกสายพันธุ์ที่มีความเหมาะสมและมีวิธีการดูแลอย่างถูกต้องหรือถูกวิธี ต้นบลูเบอร์รี่ก็สามารถที่จะเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์และให้ผลผลิตอันเป็นที่น่าพึงพอใจ

ต้นบลูเบอร์รี่ โครงการหลวง

ในปัจจุบันต้นบลูเบอร์รี่จะมีราคาประมาณหลักร้อยขึ้นไปจนถึงหลักพัน ซึ่งก็มีราคาแตกต่างกันในแต่ละสายพันธุ์ แต่หากเป็นเมล็ดสำหรับเพาะก็อาจจะมีราคาถูกลงมาหน่อยคือประมาณ 40-80 บาท สำหรับคนที่ต้องการจะซื้อต้นพันธุ์บลูเบอร์รี่ มาปลูก สามารถหาซื้อได้จากร้านจำหน่ายขายพันธุ์ไม้ทั่วไป หรือสั่งซื้อได้จากช่องทางออนไลน์ แต่ก็ต้องพิจารณาจากแหล่งขายที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ที่ดีที่สุดหรือเมล็ดพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดนั่นเอง

ที่มา

https://medthai.com

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้