สะเดา เนื้อไม้แข็งแรง ทนทาน ผักรสขม แต่อุดมไปด้วยประโยชน์

ชื่อภาษาอังกฤษ

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ชื่อวิทยาศาสตร์

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ความหมาย

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ความเชื่อ

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

สะเดา   

สะเดาเป็นพันธุ์ไม้พระราชทาน เพื่อปลูกเป็นมงคลแก่ชาวจังหวัดอุทัยธานี ต้นสะเดานั้นสามารถพบเจอได้ทั่วไป ในป่าแล้ง โดยเฉพาะในประเทศอินเดีย พม่า ศรีลังกา มาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทยของเราเอง สำหรับในประเทศไทยของเรานั้น มีเขตการกระจายตามธรรมชาติในป่าเบญจพรรณแล้งทั่วประเทศ สะเดาเป็นต้นไม้อีกหนึ่งชนิดที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย อีกทั้งยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรที่น่าสนใจ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับต้นไม้ชนิดนี้กันให้มากขึ้น

รูปต้นสะเดา
https://med.mahidol.ac.th

ข้อมูลทั่วไปของสะเดา   

  • ชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ Azadirachta indica A. Juss. var. siamensis Valeton
  • ชื่อภาษาอังกฤษ คือ Siamese Neem Tree
  • ชื่อวงศ์ MELIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นสะเดา

ต้น

ต้นสะเดา จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยมีความสูงประมาณ 20-25 เมตร สะเดาเป็นไม้เรือนยอดทรงพุ่มหนาทึบตลอดทั้งปี เปลือกของลำต้นมีสีน้ำตาลเทาหรือน้ำตาลปนดำ โดยเปลือกค่อนข้างหนาและจะแตกออกเป็นร่องตื้นๆ หรือตกสะเก็ดยาวเรียงสลับกันไปตามความยาวของลำต้น เนื้อไม้มีสีแดงหรือสีน้ำตาล ส่วนแกนไม้มีสีน้ำตาลอมแดง

ใบ

ต้นสะเดา สรรพคุณ
https://adeq.or.th

ลักษณะของใบ ต้นสะเดาจะมีใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว โคนใบเบี้ยว ส่วนปลายใบเรียงตัวสลับกัน ใบย่อยคล้ายรูปเคียวโค้ง โดยมีความกว้างประมาณ 1.5-1.3 เซนติเมตร และยาว 5- 9 เซนติเมตร ใบเรียงตรงกันข้าม ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย ส่วนปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม

ดอก

ต้นสะเดา ราคา
https://adeq.or.th

ลักษณะการออกดอกของต้นสะเดา คือ ออกดอกเป็นช่อแยกแขนงที่มีขนาดใหญ่ ดอกออกที่ง่ามใบใกล้กับบริเวณปลายกิ่งดอกย่อยมีสีเทาหรือสีขาวขนาดเล็ก กลีบเลี้ยงเป็นรูปคล้ายทรงแจกัน ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ส่วนปลายเป็นพู 5 พู ซ้อนเหลื่อมกัน กลีบดอกมีทั้งหมด 5 กลีบ และแยกออกจากกันมีรูปคล้ายช้อนแคบยาวประมาณ 4-6 มิลลิเมตร ท่อเกสรตัวผู้จะมีความนุ่มและมีขนนปกคลุม ส่วนรังไข่ก็จะมีขนที่นุ่มเช่นกัน แต่ขนจะสั้น ดอกสะเดามีกลิ่นหอมอ่อนๆ

ผล

ลักษณะผลของสะเดา จะมีเนื้อเมล็ดเดียวและแข็ง ผลมีรูปทรงกลมคล้ายผลองุ่นขนาดยาว 1-2 เซนติเมตรและกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ผลสุกจะมีสีเหลืองอมสีเขียวและมีรสชาติหวานเล็กน้อย ส่วนเมล็ดข้างจะมีผิวค่อนข้างเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็กๆ ตามความยาว เมล็ดมีสีเหลืองซีดหรือสีน้ำตาล ต้นสะเดาจะมีระยะการติดดอกและผลในระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม และผลจะสุกในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน

ประโยชน์ของสะเดา

  • เนื้อไม้ของสะเดา มีลักษณะคล้ายกับเนื้อไม้ของต้นมะฮอกกานี เหมาะสำหรับการใช้ในงานก่อสร้างหรือทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ ในประเทศไทยของเราชาวบ้านนิยมใช้ประโยชน์จากการก่อสร้างบ้านเรือน หรือใช้ในการทำเสาบ้านเนื่องจากลำต้นค่อนข้างตรงและแข็งแรงหรือจะใช้ทำฝาบ้าน คาน ตรง ตลอดจนใช้ทำเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เพราะมีเนื้อไม้ที่แข็งแรงทนทาน หากนำมาขัดหรือชักเงาจะทำให้มีสีสวย นั่นคือ สีแดง
  • นิยมใช้เนื้อไม้มาทำเป็นเชื้อเพลิงเหมาะสำหรับการใช้ทำเป็นฟืน เพื่อหุงหาอาหารเพราะเนื้อไม้ค่อนข้างให้ความร้อนจำเพาะสูง
  • สะเดาเป็นผักพื้นบ้านที่คนไทยนิยมบริโภค โดยการนำดอกและยอดอ่อนมาลวกหรือต้มให้สุก เพื่อจิ้มกับน้ำพริก แม้จะมีรสชาติที่ขม แต่ก็อุดมไปด้วยแคลเซียมที่สูง มีแร่ธาตุและเส้นใยอาหาร รวมถึงเบต้าแคโรทีนที่สูงเป็นอันดับ 5 ในบรรดาของผักทั้งหมด
  • ในปัจจุบันนิยมนำเมล็ดของสะเดามาสกัดเป็นน้ำมันสะเดา ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันและกำจัดหนอนชอนใบ หนอนแก้ว แมลงหวี่ขาว โรคราแป้งหรือโรคไรขาว ไรแดง ไรสนิมต่างๆ ฯลฯ ใช้ในทางการเกษตรเป็นสารเคมีหรือยากำจัดวัชพืชที่ปลอดภัยและไม่เป็นอันตราย
ต้นสะเดา ลักษณะ

สรรพคุณทางด้านยาสมุนไพรของสะเดา

  • ใบแก่ของสะเดาเป็นยาบำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร ใช้แก้ไข้ และใช้พอกฝีบรรเทาอาการอักเสบหรือปวดบวม
  • ใบอ่อนของสะเดา แก้โรคผิวหนัง ช่วยปรับสมดุลในน้ำเหลือง ช่วยเจริญอาหาร รักษาแผลพุพองและช่วยย่อยอาหารหรือบำรุงชาติต่างๆ
  • ดอกของสะเดาเป็นยาแก้พิษโลหิต บรรเทาอาการเลือดกำเดาไหล แก้คันคอ บำรุงธาตุไฟและแก้โรคริดสีดวง
  • ก้านของสะเดาเป็นยาแก้ไข้ ช่วยบำรุงสุขภาพในช่องปากและแก้ร้อนในหรือแก้กระหายน้ำได้
  • ผลอ่อนช่วยฆ่าพยาธิ แก้ปัสสาวะขัด และช่วยแก้โรคริดสีดวง
  • เปลือกของลำต้นที่มีรสขมเป็นยาเจริญอาหาร แก้โรคบิดมูกเลือด โรคท้องร่วงเป็นยากษัยหรือแก้โรคซูบผอมแห้งแรงน้อย นอกจากนั้นยังเป็นยาลดเสมหะ ลดน้ำมูกและแก้อาการท้องเดินได้อีกด้วย
  • แก่นของลำต้นเป็นยาช่วยแก้อาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • รากของสะเดาช่วยแก้ขับเสมหะในลำคอ และแก้อาการแน่นในทรวงอกหรือเป็นยาแก้ไข้
  • ยางของสะเดาใช้ดับพิษร้อน หรือถอนพิษไข้ได้
  • กระพี้ของสะเดามีสรรพคุณเป็นยาช่วยบำรุงถุงน้ำดี
  • เมล็ดสะเดาสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันสะเดาบริสุทธิ์ ที่ใช้บำรุงผิวพรรณ เส้นผมหรือใช้เป็นยาฆ่าแมลงได้

การปลูกสะเดาและความเชื่อของคนไทย

คนไทยสมัยโบราณมีความเชื่อว่าการปลูกต้นสะเดาไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะช่วยป้องกันโรคภัยอันตรายต่างๆ ได้ บางท้องถิ่นเชื่อกันว่าใบและกิ่งของสะเดานั้น จะช่วยป้องกันภูตผีปีศาจไม่ให้เข้ามาทำร้ายผู้ปลูกหรือคนในครอบครัว และนอกจากสะเดาจะช่วยป้องกันภูตผีปีศาจได้แล้ว ต้นสะเดายังเป็นพันธุ์ไม้มงคลและช่วยเสริมดวง รับทรัพย์ ที่คนโบราณมีความเชื่อว่าหากปลูกไว้บริเวณรอบบ้านทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะช่วยเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่บ้านหรือผู้อยู่อาศัย ต้นสะเดาจึงเป็นไม้มงคลคู่บ้านคู่เรือนมาตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน

วิธีการปลูก การขยายพันธุ์และการดูแลรักษาต้นสะเดา

การปลูกหรือการขยายพันธุ์ วิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ก็คือ การเพาะเมล็ด โดยสามารถเก็บผลสุกจากต้นสะเดามาขยำกับทราย และล้างน้ำเพื่อให้เนื้อเยื่อที่หุ้มผลหลุดออก จากนั้นนำเมล็ดไปผึ่งแดดให้แห้ง แล้วเพาะลงในถุงพลาสติก หรือเพราะลงในแปลงดิน ด้วยการหว่านเมล็ดให้กระจายทั่วแปลงและกบหน้าดินหนาประมาณ 0.5 เซนติเมตร ควรใช้ฟางบางๆ ปกคลุมหน้าดิน จากนั้นให้รดน้ำทุกเช้าเย็น เพื่อสร้างความชุ่มชื้น เมื่อเมล็ดเริ่มงอกภายใน 5-7 วัน สามารถย้ายลงถุงพลาสติก หรือแยกออกไปปลูกในแปลงต่างหากได้ ระยะการปลูกที่เหมาะสมแนะนำให้ใช้ระยะปลูก 1 x 2 หรือ 2 x 2 เมตร แต่หากต้องการใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้สะเดา หรือปลูกโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการก่อสร้างทำเฟอร์นิเจอร์ต่างๆควรใช้ระยะปลูก 2 x 4 หรือ 4 x 4 เมตร

การบำรุงรักษา ควรมีการกำจัดวัชพืชในปีแรก และจะต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ การกำจัดวัชพืชเพื่อไม่ให้คลุมหรือบดบังแก่งแย่งแสงแดด รวมถึงแย่งสารอาหารจากต้นสะเดา สำหรับการใส่ปุ๋ยเมื่อกล้าไม้สะเดา เริ่มที่จะตั้งตัวได้แล้ว ควรเร่งการเจริญเติบโตโดยใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมาณ 1 ช้อนกาแฟต่อต้น โดยการพรวนดินรอบๆ บริเวณโคนต้นแล้วใส่ปุ๋ยตามการลิดกิ่งสามารถทำได้ตามความเหมาะสม ยิ่งหากมีวัตถุประสงค์ในการปลูก เพื่อนำไม้ไปแปรรูป ควรทำการหมั่นลิดกิ่งอยู่สม่ำเสมอ

สำหรับใครที่สะดวกกันในการเพาะเมล็ดเองและกำลังมองหาต้นกล้าของสะเดาก็สามารถหาซื้อได้ทั่วไปจากร้านจำหน่ายขายพันธุ์ไม้หรือจะสั่งซื้อได้ผ่านทางช่องทางออนไลน์ในส่วนราคาต้นสะเดานั้นก็จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่ที่ขนาดความสูงของลำต้นโดยส่วนใหญ่แล้วหากซื้อต้นชำถุงที่มีความสูงประมาณ 40-50 cm จะขายต้นละประมาณ 20 ถึง 50 บาท เรียกได้ว่ามีราคาถูกและไม่แพงมากจนเกินไป

ไม้ต้นสะเดา
https://www.thairath.co.th

ปัจจุบันสะเดาเป็นผักอีกหนึ่งชนิด ที่สามารถสร้างรายได้หรือเป็นผักเศรษฐกิจ ที่คนไทยนิยมนำมาบริโภค เนื่องจากมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคได้หลากหลายอาการ และได้มีการดัดแปลงพันธุกรรมหรือมีการดัดแปลงสะเดาสายพันธุ์ต่างๆอย่างเช่น สะเดาสายพันธุ์มันทะวายยอดแดง โดยสะเดาพันธุ์นี้ก็จะเหมือนกับสะเดาทั่วไป ที่สามารถทนแล้งได้ดี เหมาะสมกับทุกสภาพดินปลูกง่ายดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก แถมยังสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ส่วนรสชาติเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีความขมเจือปนอยู่เลย นิยมนำมารับประทานได้ทั้งแบบสดหรือลวกจิ้มกับน้ำพริก ยิ่งปลูกกลางแจ้งโดนแสงแดดจัดยอดยิ่งมีความสวยงามมากขึ้น ซึ่งเป็นสะเดาสายพันธุ์ที่ตลาดกำลังต้องการเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

ที่มา

https://adeq.or.th

อยากให้มีเนื้อหาเรื่องอะไรเพิ่มเติม หรือมีความคิดเห็นอย่างไร เชิญคอมเม้นท์ไว้ได้เลยครับ