หมากเม่า สารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ

ชื่อภาษาอังกฤษ

Thai Blueberry

ชื่อวิทยาศาสตร์

Antidesma thwaitesianum

ความหมาย

หมากเม่ามีสารอาหารหลายชนิดที่ดีต่อร่างกาย ทั้งวิตามิน โปรตีน และสารต้านอนุมูลอิสระ บวกกับรสชาติที่สามารถทำให้อร่อยถูกปากคนทั่วไป

ความเชื่อ

“หมากเม่า” เป็นผลไม้ท้องถิ่นที่กลายเป็นพืชเศรษฐกิจในช่วงเวลาไม่กี่ปีมานี้ เดิมทีก็เป็นเช่นเดียวกับพืชพื้นบ้านทั่วไปที่นอกจากเก็บไว้ทานกันเองในครัวเรือนแล้ว ก็ไม่ได้มีใครให้ความสนใจเท่าไร จนกระทั่งมีการเรียนรู้ถึงคุณประโยชน์หมากเม่ากันมากขึ้น พบว่าหมากเม่ามีสารอาหารหลายชนิดที่ดีต่อร่างกาย ทั้งวิตามิน โปรตีน และสารต้านอนุมูลอิสระ บวกกับรสชาติที่สามารถทำให้อร่อยถูกปากคนทั่วไปได้ จึงเกิดความคิดสร้างสรรค์ในการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เมื่อนำออกจำหน่ายก็ได้เสียงตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อที่สุดก็คือไวน์หมากเม่านั่นเอง เรียกว่าประทับใจทั้งคนไทยและคนต่างชาติเลยทีเดียว ต้นหมากเม่ามีความน่าสนใจในหลายส่วน เพราะไล่ไปตั้งแต่ใบ ดอก ลำต้น ราก ล้วนใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด แต่จุดเด่นก็คงหนีไม่พ้นผลหมากเม่า ที่ทานสดก็ได้รสชาติอร่อย เมื่อแปรรูปก็ยังมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ผลไม้ชนิดไหนก็เทียบไม่ได้ ยิ่งกว่านั้น ต้นหมากเม่ายังเพาะเลี้ยงให้งอกงามได้ง่าย ต้นทุนในการดูแลรักษาไม่มากนัก จะปลูกในเชิงการเกษตรก็น่าสนใจ หรือจะปลูกไว้เป็นไม้ประดับที่ใช้ประโยชน์ได้ภายในรั้วบ้านก็เข้าท่า

ต้นหมากเม่า ราคา

ข้อมูลทั่วไป

ชื่อภาษาอังกฤษ : Thai Blueberry

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Antidesma thwaitesianum

ส่วนประกอบของต้นหมากเม่า

ลักษณะของลำต้น

หมากเม่าเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เมื่อโตเต็มที่แล้วจะมีความสูงประมาณ 6-10 เมตร ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านค่อนข้างมาก ทำให้มีพุ่มใบทึบหนา เปลือกลำต้นเรียบเนียน แต่ก็จะมีรอยแตกเพิ่มขึ้นเมื่ออายุต้นหมากเม่ามากขึ้น

ใบ

ใบหมากเม่าเป็นใบเดี่ยวสีเขียวสด ผิวสัมผัสเป็นมันเงาทั้งสองด้าน ขอบใบเรียบ ก้านใบแข็ง

ดอก

ขนาดของดอกค่อนข้างเล็ก อยู่รวมกันเป็นช่อตามปลายกิ่ง ไม่มีกลิ่น

ผล

ผลหมากเม่ามีขนาดเล็ก รูปร่างกลมมน ออกผลรวมกันเป็นช่อคล้ายกับพริกไทยขนาดใหญ่ โดยผลดิบจะยังเป็นสีเขียว แล้วค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นแดงและดำเมื่อแก่เต็มที่ ส่วนเรื่องรสชาติ ขนาดของผลและความยาวของช่อผล จะแตกต่างกันไปตามแต่สายพันธุ์

สายพันธุ์ยอดนิยม

แม้ว่าลักษณะภายนอกของลำต้นจะดูคล้ายกันไปหมด แต่ความจริงแล้วหมากเม่านั้นแบ่งออกเป็นหลากหลายสายพันธุ์ ตัวอย่างของสายพันธุ์ยอดนิยมจะมีทั้งพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์ที่ผ่านการพัฒนาต่อยอดแล้ว เช่น หมากเม่าสร้อย หมากเม่าไข่ปลา หมากเม่าเหล็ก หมากเม่าคำไหล หมากเม่าสร้างค้อ เป็นต้น ความแตกต่างอยู่ที่ส่วนผล ทั้งเรื่องขนาดและรสชาติ เลยทำให้ผลหมากเม่าแต่ละสายพันธุ์เหมาะกับการใช้ประโยชน์ต่างกัน

วิธีการปลูกและบริเวณที่เหมาะสมแก่การปลูกต้นหมากเม่า

ต้นหมากเม่าเป็นพันธุ์ไม้อีกชนิดหนึ่งที่เพาะปลูกได้ง่าย เติบโตได้ในทุกสภาพอากาศ ทั้งยังมีความทนทานต่อโรคและแมลงอีกด้วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีปัญหาแมลงมารบกวนเลย เพียงแค่ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับต้นหมากเม่าได้เท่านั้น วิธีการเพาะปลูกก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ขุดหลุมให้มีความลึกสักประมาณ 30-40 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกเล็กน้อย แล้วนำต้นกล้าลงปลูกพร้อมกลบดินให้เรียบร้อย ต้องระวังอย่าให้รอบโคนต้นเป็นแอ่งที่มีน้ำขังได้ เพราะหมากเม่าไม่ชอบน้ำขังเลย ช่วงแรกของการเติบโตรากจะเน่าได้ง่าย ปกติเรานิยมปลูกหมากเม่าในพื้นที่สวนซึ่งรับแดดได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าต้องการปลูกในเขตบ้าน จะต้องเว้นระยะห่างจากสิ่งปลูกสร้างและต้นไม้อื่นๆ ประมาณ 5 เมตร ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการปลูกหมากเม่าคือปลายฤดูร้อนถึงต้นฤดูฝน

วิธีการดูแลรักษา

แสง

ต้องการแสงปริมาณมาก จึงจำเป็นต้องปลูกในจุดที่ได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน

น้ำ

ควรรดน้ำให้พอชุ่มบริเวณโคนต้น ประมาณวันละครั้ง เมื่อเข้าหน้าฝนก็ให้ลดปริมาณลงตามความเหมาะสม และควรมีวัสดุคลุมดินโคนต้นเพื่อรักษาความชื้นในหน้าร้อนด้วย

ดิน

ต้นหมากเม่าเหมาะกับดินร่วนซุยมากที่สุด ควรเป็นดินที่อุ้มน้ำได้ดีและระบายอากาศได้ดีด้วย

ปุ๋ย

ควรใส่ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลักในอัตราส่วนเท่ากัน ความถี่ปกติอยู่ที่ปีละ 1 ครั้ง โดยปริมาณของปุ๋ยที่ใช้จะต้องเพิ่มขึ้นตามอายุของต้นหมากเม่าด้วย

หมากเม่า สรรพคุณ

คุณประโยชน์ที่ได้จากต้นหมากเม่า

ใบ

เราสามารถใช้ใบสดบดละเอียดพอกตามผิวหนังเพื่อบรรเทาอาการอักเสบภายนอก หรือนำไปอังไฟให้พออุ่นก็ใช้ประคบผิวแก้อาการฟกช้ำได้

ลำต้น

เนื้อไม้มีลวดลายสวยงาม และมีระดับความแข็งที่พอเหมาะ ช่วยให้แปรรูปได้ง่าย นิยมใช้เพื่อผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์

ราก

ใช้สำหรับทำยาแก้กษัย ขับปัสสาวะ พร้อมกับปรับสมดุลของสตรีเพื่อลดอาการตกขาว หรือจะใช้เป็นส่วนผสมสำคัญในยาอายุวัฒนะก็ได้

ผล

ผลที่สุกแล้วจะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ดีต่อการชะลอความเสื่อมของร่างกาย ช่วยบำรุงสายตา ช่วยปรับระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น และยังลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคร้ายในระยะยาวด้วย ไม่ใช่แค่ผลสุกของหมากเม่าเท่านั้นที่ทานได้ ผลดิบก็สามารถนำมาตำหรือยำทานได้เหมือนกัน

หมากเม่า ราคา

ราคาต่อต้นโดยประมาณ

ต้นกล้าหมากเม่าที่วางขายในท้องตลาด จะมีตั้งแต่ราคาประมาณ 50 บาทไปจนถึง 200 บาท ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์และความสูงของลำต้น

แหล่งอ้างอิง

: https://pr.prd.go.th/sakonnakhon/main.php?filename=otop3

อยากให้มีเนื้อหาเรื่องอะไรเพิ่มเติม หรือมีความคิดเห็นอย่างไร เชิญคอมเม้นท์ไว้ได้เลยครับ