ต้นตาล ไม้ผลสารพัดประโยชน์กับความเชื่อที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน

ชื่อภาษาอังกฤษ

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ชื่อวิทยาศาสตร์

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ความหมาย

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ความเชื่อ

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ต้นตาล (Sugar palm) เป็นพันธุ์ไม้ผลที่จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับต้นปาล์มและอยู่คู่กับชาวไทยมายาวนานมาก มีการกล่าวถึงต้นตาลไว้นับตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาลและยังปรากฏในหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสสอนเหล่าพุทธสาวกไว้ แต่ความจริงแล้วต้นไม้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ทวีปแอฟริกาก่อนจะแพร่หลายในอินเดียตอนใต้ จากนั้นประเทศไทยก็รับพันธุ์ต้นตาลมาปลูกในครั้งที่ทำการค้ากับอินเดียช่วงสมัยก่อนสมัยทวาราวดีหรือพุทธศตวรรษที่ 11 – 16 ลักษณะโดยทั่วไปของต้นตาลจะเป็นต้นไม้สูงราว ๆ 30 – 40 เมตร ลำต้นเป็นเสี้ยนสีดำแข็งมากแต่ไส้กลางลำต้นจะอ่อน บริเวณโคนต้นจะมีรากเป็นกลุ่มใหญ่ ใบเหมือนพัดขนาดใหญ่และกว้างประมาณ 1 – 1.5 เมตร มีก้านเป็นทางยาว 1 – 2 เมตร ต้นตาลจะมีผลหรือที่เราลูกจักกันว่า ลูกตาล ซึ่งมีลักษณะเป็นเนื้อใส ๆ สีขาวขุ่นรสชาติหวานหอม ปัจจุบันเราจะพบต้นตาลได้ทั่วไปตามจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทยแต่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเพชรบุรีคู่กับเขาวังหรือพระนครคีรีจากการกล่าวถึงต้นตาลบ่อย ๆ ในนิราศเมืองเพชรของสุนทรภู่มานานมากแล้ว

ต้นตาล

สำหรับต้นตาลที่เราจะพบได้บ่อย ๆ ในปัจจุบันก็คือตาลโตนดซึ่งจะสังเกตได้ง่ายจากผลตาลที่มีสีดำเมื่อแก่เต็มที่แต่ถ้าหากผลออกสีแดง ๆ จะเรียกว่าตาลโตนดข้าว โดยนอกเหนือจากตาลเหล่านี้ต้นตาลก็ยังแบ่งออกได้เป็นหลายสายพันธุ์อาทิ ตาลหม้อ ตาลไข่ ตาลจากและตาลป่า ลักษณะเด่นข้อหนึ่งของต้นตาลคือเป็นพืชที่ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ทนแล้ง ทนน้ำท่วม แต่ไม่ชอบดินที่เป็นกรดจัดจึงสามารถปลูกแซมตามคันนาได้โดยจะไม่ไปแย่งแร่ธาตุของดินในนาข้าว เนื่องจากรากของตาลโตนดจะหยั่งลงไปใต้ดินลึก

ต้นตาล ความเชื่อ
ต้นตาล ความเชื่อ

ต้นตาลกับความเชื่อเรื่องโชคลาภและศาสนา

อย่างที่ได้บอกไปว่าต้นตาลอยู่คู่กับชาวไทยมานานมาก โดยคำว่าตาลมีที่มาจากคำว่า “ตาละ” ในภาษาบาลีซึ่งเป็นหนึ่งในพันธุ์ไม้ที่ถูกกล่าวถึงในพุทธประวัติว่าต้นตาลนั้นเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการตัดกิเลสตามคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้ตรัสไว้ตอนหนึ่งว่า เมื่อใดก็ตามหากคนเราตัดกิเลสเหล่านี้ได้แล้ว ก็เปรียบเสมือนการตัดยอดตาล ทำให้ตาลด้วนไม่สามารถเจริญเติบโตได้อีก ความทุกข์ก็เช่นกัน หากเราตัดกิเลสได้แล้วก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีกเป็นธรรมดาอีกทั้งใบตาลยังเป็นต้นแบบของตาลปัตรที่พระสงฆ์ใช้กันในปัจจุบันด้วย

ด้วยความเชื่อเหล่านี้ทำให้ต้นตาลเป็นต้นไม้ที่ถือว่าขึ้นที่ไหนก็ใหเความเป็นสิริมงคล ยิ่งสำหรับชาวฮินดูในอินเดีย แล้วการปลูกต้นตาลโตนดเรียกว่าได้รับความนิยมมากเพื่อนำผลของมันมาใช้ทำน้ำตาลโตนดและทำขนมโมทกะเป็นเครื่องบูชาเทพเจ้าหรือใช้ทำเครื่องดื่มมึนเมาได้อีกด้วย จวบจนปัจจุบันต้นตาลเปรียบเหมือนขุมทรัพย์ที่ในหลายพื้นที่ปลูกไว้ซื้อขายกัน รวมไปถึงมีความเชื่อที่กราบไหว้ต้นตาลที่ขึ้นเองตามธรรมชาติหรือมีลักษณะผิดแปลกไปจากต้นตาลทั่วไปเพื่อขอโชคลาภขอหวย อีกทั้งต้นตาลยังถือเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ประจำคนเกิดปีฉลูอีกด้วย

ต้นตาล
https://mgronline.com

ต้นตาลควรปลูกในบริเวณใด

สำหรับใครที่อยากจะปลูกต้นตาลแล้วสิ่งที่ต้องคำนึงคือเรื่องของพื้นที่ ถ้าหากเรามีพื้นที่กลางแจ้งโล่ง ๆ หรือมีที่นาผืนใหญ่จะเป็นทำเลที่ดีมากในการปลูกต้นตาล เพราะต้นตาลนั้นจะเติบโตได้ดีในที่ที่สามารถฝังรากลงไปลึกหรือหยั่งรากและแผ่ขยายออกไปได้และเป็นต้นไม้ที่ค่อนข้างต้องการแสงแดงมาก ๆ ดังนั้นแนะนำว่าให้ปลูกกลางแจ้งได้จะดีที่สุด เราจึงมักจะเห็นคนไทยส่วนใหญ่นิยมปลูกต้นตาลไว้ตามคันนาเพราะเป็นพื้นที่ที่มีทั้งน้ำ แสงแดด และพื้นที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของต้นตาลได้อย่างสมบูรณ์

ลักษณะทั่วไปของต้นตาล

ต้น: เป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยืน ลำต้น เดี่ยวไม่แตกกิ่งก้านสาขา ลักษณะเป็นสีน้ำตาลเข้ม – ดำ ซึ่งจะมีกาบขอบใบติดอยู่ประมาณ 5 เมตร ลักษณะของเนื้อไม้เป็นไม้เนื้อแข็ง มีเสี้ยนสีดำอัดกันแน่นด้านในสูงประมาณ 15 เมตรและจะมีใบออกที่ยอด

ใบ: คล้ายพัดปลายใบแหลมสีเขียว ระหว่างใบจะมีก้านใบแข็งและเชื่อมติดกันคล้ายรูปตัววี ลักษณะก้านใบสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลเข้ม เช่นเดียวกับใบขอบก้านใบคล้ายฟันเลื่อย แต่จะป้านกว่า ความยาวประมาณ 1.5 – 2 เมตร การเรียงตัวของใบอัดกันแน่นเป็นเกลียว เมื่อใบแก่เต็มที่จะร่วงหล่นทั้งก้านและใบ รสชาติ รสหอมสุขุม

ดอก: สีขาวอมเหลือง ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงระหว่างกาบใบ ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้นโดยดอกเพศผู้เรียกว่า งวงตาล ส่วนดอกตัวเมียที่เรียกว่า ปลีตาล มีอยู่ประมาณ 10 ช่อแต่ละช่อแตกแขนงออกเป็น 2-4 งวงและแต่ละงวงยาวประมาณ 30-40 ซม. ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 5 เซนติเมตร

ผล: ผลสดแบบมีเนื้อเมล็ดเดียว ผลติดเป็นกลุ่มแน่น ทรงกลม สีน้ำตาลถึงม่วงเข้ม ปลายผลสีเหลืองผิวมันขนาด 15-20 เซนติเมตร ผลสุกสีดำ ผลอ่อนจะเจริญมาจากช่อดอกตัวเมียที่มักเรียกกันว่า ทะลาย ในแต่ละทะลายจะมีผลอยู่ประมาณ 10-20 ผล เมื่อผลยังอ่อนอยู่จะมีสีเขียว จาวตาลภายในยังอ่อนนุ่มเป็นน้ำ ส่วนผลแก่จะมีเปลือกสีน้ำตาลเข้มหรือดำเป็นมัน จาวตาลภายในมีเนื้อสีขาวขุ่น หรือเหลือง และมีความเหนียวตามอายุผล มีกลิ่นหอม

ขั้นตอนและวิธีการปลูกต้นตาล

สำหรับใครที่อยากจะปลูกต้นตาลและมีพื้นที่เพียงพอตามที่ได้กล่าวไป ต่อมาคือขั้นตอนการปลูกตาลโตนดหรือขยายพันธุ์ต้นตาลโดยสามารถใช้การเพาะเมล็ดได้ได้ 5 วิธีคือ

ต้นตาล
  1. นำผลตาลโตนดสุกมาปอกเปลือกแล้วขยำเนื้อออกให้หมดเหลือไว้เพียงเมล็ดแล้วนำเไปใส่ถุงปุ๋ยแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 5 วัน จากนั้นเอาขึ้นมากองไว้บนพื้นดินคลุมทับด้วยฟางข้าว ซึ่งเมล็ดจะเริ่มงอกภายใน 15 วันก็สามารถนำไปปลูกได้เลย โดยขุดหลุมปลูกให้ลึกประมาณ 25×25 ซม. ส่วนระยะปลูกที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 6×6 เมตร หรือ 8×8 เมตร ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดิน รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกเล็กน้อย นำเมล็ดที่งอกแล้วลงปลูก โดยทำมุม 45 องศากับพื้นดินอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้รากหักเสียหายและเจริญขึ้นมาชนกับเปลือกหุ้มเมล็ด กลบดิน รดน้ำพอชุ่ม แต่ไม่จำเป็นต้องรดทุกวัน หากฝนไม่ตกก็ควรรดให้บ้าง ต้นอ่อนจะงอกออกมาพ้นดินหลังจากปลูกไปได้ประมาณ 30 วัน
  2. นำผลตาลโตนดสุกมาขยำเปลือกและเนื้อออก แล้วนำเมล็ดไปแช่น้ำไว้ประมาณ 3-5 วัน แล้วนำเมล็ดกองไว้บนแคร่ไม้ไผ่ที่มีความสูงประมาณ 70-80 ซม. คลุมทับด้วยฟางข้าว เมล็ดจะงอกออกมาภายใน 15 วัน และนำไปปลูกได้
  3. นำเมล็ดตาลโตนดไปแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 3-5 วัน แล้วนำขึ้นมาปลูกในกระบอกไม้ไผ่ ที่ใส่ดินผสมลงไปจนเต็มกระบอก โดยวางให้ทำมุม 45 องศา เมื่อเกิดต้นอ่อนขึ้นก็นำไปปลูกในแปลงทั้งกระบอก
  4. นำผลตาลโตนดไปแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30 วัน แต่ไม่ควรเกิน 60 วันเพราะเมล็ดอาจเน่าได้ จากนั้นให้นำขึ้นมากองบนพื้น คลุมด้วยฟางข้าวไว้ประมาณ 15 วัน เมื่อเมล็ดงอกก็ให้นำไปปลูกในแปลงที่เตรียมไว้
  5. นำผลตาลโตนดสุกทั้งผลลงปลูกในหลุมที่ขุดเตรียมไว้เพื่อป้องกันการกัดแทะของสัตว์ วิธีนี้อาจได้ต้นตาลที่งอกใหม่ขึ้นมาหลายต้น ควรเลือกเฉพาะต้นที่สมบูรณ์ลงปลูกในแปลง

ต้นตาลกับการใช้ประโยชน์ในส่วนต่าง ๆ

นอกจากต้นตาลจะมีความเชื่อมากกมายในทางศาสนาแล้ว ประโยชน์ที่เราจะสามารถใช้ได้จากส่วนต่าง ๆ ของต้นตาลนั้นก็มีมากกว่าที่ใครหลายคนคิดไว้แน่นอน ดังนั้น เราจะมาดูว่าปลูกต้นตาลครั้งเดียวเราสามารถเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง

ลูกตาล
ขนมตาล

งวงตาล: เป็นส่วนดอกเพศผู้ของต้นตาลที่สามารถนำมาผลิตเป็นน้ำตาลมะพร้าว ทำเครื่องดื่มที่เรียกว่าน้ำตาลเมาได้ โดยเนื้อจากผลมีสีเหลืองใช้แต่งสีอาหารหรือขนมได้อย่างขนมตาลของโปรดของใครหลายคน ส่วนนี้ถ้านำมาเคี่ยวนาน ๆ ก็จะกลายเป็นน้ำตาลโตนดใช้ในการปรุงอาหารได้

ผลตาล: ถือว่าเป็นส่วนที่มีประโยชน์มาก ๆ ผลตาลที่ยังอ่อนมาก ๆ เนื้อจังยังแข็งอยู่แต่สามารถนำมาปอกเปลือกเอาเนื้อในมากินแกล้มน้ำพริกแทนผักหรือนำมาทำอาหารได้ ในผลตาลที่แก่ขึ้นมาหน่อยจะมีเมล็ดอยู่ข้างใน ใช้รับประทานสด ๆ หรือนำไปลอยแก้วใส่น้ำเชื่อมได้ ส่วนผลตาลที่เริ่มแก่แล้วเนื้อจะเริ่มมีสีเหลืองสดสามารถนำมาคั้นเอาเส้นใยออกจะได้สารสีเหลืองที่เรียกว่า “แคโรทีนอยด์”  นำไปใช้แต่งสีในอาหารและขนมต่าง ๆ  ได้เช่น ขนมตาล เค็ก ไอศครีม ฯลฯ

ใบตาล: ด้วยความที่ใบตาลมีความกว้างและใหญ่มากทำให้คนนิยมนำไปใช้มุงหลังคา กระท่อม ยุ้งฉางหรือใช้ทำพัดขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “ตาลปัตร”

ลำต้นตาล: มีคนหลายกลุ่มที่นิยมใช้ลำต้นของต้นตาลไปทำเฟอร์นิเจอร์เพราะเนื้อไม้มีความเหนียวแน่น คงทนและรับน้ำหนักได้ดี อีกทั้งยังสามารถใช้ทำเสาหรือหลักสำหรับจอดเรือได้ด้วย

เปลือกหุ้มเมล็ดตาล: หลังจากที่เราใช้ประโยชน์จากเนื้อของลูกตาลแล้วด้านในบริเวณเปลือกหุ้มเมล็ดก็สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทำถ่านหรือถ่านกัมมันต์คุณภาพดีได้

ต้องเรียกได้ว่าต้นตาลสามารถใช้ประโยชน์ได้เกือบจะทั้งต้นเลย โดยเฉพาะในส่วนของผลที่ให้รสหวานหอมทำให้ใครหลายคนชอบรับประทาน ซึ่งการทานลูกตาลก็มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก ๆ เพราะมีทั้งคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานกับร่างกาย มีไฟเบอร์ที่ทำให้อิ่มนานและช่วยในการขับถ่ายที่ดี มีแคลเซียม ฟอสฟอรัสที่ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงและยังมีเหล็กที่ช่วยเรื่องการบำรุงเลือด ดังนั้น Kaset today หวังว่าข้อมูลวันนี้จะช่วยให้ใครหลายคนได้ความรู้เกี่ยวกับต้นตาลมากขึ้น เพราะปัจจุบันต้นตาลถือเป็นพันธุ์ไม้ที่มีคุณค่าและเป็นขุมทรัพย์ที่หลายคนมองข้ามไป

แหล่งที่มา
ต้นตาล, ข้อมูลพรรณไม้ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชในพระราชดำริ

อยากให้มีเนื้อหาเรื่องอะไรเพิ่มเติม หรือมีความคิดเห็นอย่างไร เชิญคอมเม้นท์ไว้ได้เลยครับ