ต้นลิ้นฟ้าหรือต้นเพกา พืชสมุนไพร พบได้ทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทย

ชื่อภาษาอังกฤษ

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ชื่อวิทยาศาสตร์

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ความหมาย

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ความเชื่อ

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ต้นลิ้นฟ้าหรือต้นเพกา

ต้นลิ้นฟ้ามีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “เพกา” ลิ้นฟ้าหรือเพกา จัดเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์ในด้านของการรักษาโรค อีกทั้งยังนิยมนำฝักอ่อนหรือยอดอ่อนมารับประทานคู่กับน้ำพริก เนื่องจากมีรสชาติของความกรอบนุ่มอร่อยและมีรสขมเล็กน้อย โดยลิ้นฟ้าหรือเพกาเป็นพืชดั้งเดิม ที่สามารถพบเจอได้ในทวีปเอเชีย เช่น อินเดีย พม่า มาเลเซียลาว และประเทศไทยของเราเอง เป็นต้น สำหรับในประเทศไทยของเราสามารถพบการแพร่กระจายได้ในช่วงทุกภาคหรือในทุกจังหวัด 

ต้นเพกา ลิ้นฟ้า
https://arit.kpru.ac.th

ข้อมูลทั่วไปของต้นลิ้นฟ้าหรือต้นเพกา

  • ชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ Oroxylum indicum (L.) Kurz
  • ชื่อภาษาอังกฤษ คือ  Broken bones tree , Damocles tree, Indian trumpet flower
  • ชื่อวงศ์ Bignoniaceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นลิ้นฟ้าหรือเพกา

ต้น

ต้นลิ้นฟ้าหรือเพกา จัดเป็นต้นไม้ยืนต้นชนิดผลัดใบและไม่ผลัดใบ หากเติบโตในที่ชุ่มจะไม่ผลัดใบ โดยใบมีสีเขียวที่บริเวณปลายยอด ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้บนพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง และหากผลัดใบจะเหลือเพียงแค่ลำต้นกิ่งและก้านเท่านั้นเพกาหรือลิ้นฟ้านั้นเป็นไม้ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง มีลำต้นเรียวยาว เล็ก ลำต้นสูงประมาณ 5-15 เมตร กิ่งจะแตกที่บริเวณปลายยอดทำให้แลดูไม่เป็นทรงพุ่ม ในส่วนเปลือกของลำต้นจะมีผิวขรุขระ และแตกออกเป็นสะเก็ด เปลือกของลำต้นมีสีครีมและบาง ลำต้นมีฝ้าสีขาวหรือราปกคลุม ส่วนเนื้อไม้มีสีขาวขุ่น

ใบ

ต้นเพกา ลักษณะ
https://puechkaset.com

ใบเพกาหรือลิ้นฟ้า มีลักษณะเป็นใบประกอบ 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นก้านใบหลักที่แตกออกตรงข้ามกันเป็นคู่บนลำต้นบริเวณปลายยอด ส่วนที่ 2 เป็นใบย่อยที่แตกออกเป็นคู่ ตรงกันข้ามบนก้านใบหลัก มีประมาณ 3-5 คู่ และมีก้านใบย่อยอีก 1 ก้านที่ปลายก้านหลัก รวมแล้วประมาณ 7-11 ก้าน โดยแต่ละก้านใบจะประกอบด้วยใบย่อยเรียงกันเป็นคู่ตรงข้ามกันประมาณ 3-5 คู่ ใบย่อยเป็นรูปหัวใจยาวมีความกว้างประมาณ 4-8 เซนติเมตรและยาว 8-12 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมนและเว้าเข้าตรงกลาง ใบมีสีเขียวเข้ม แผ่นใบด้านล่างมีสีเขียวอ่อน ขอบใบเรียบมีเส้นกลางใบและเส้นย่อยซึ่งมองเห็นได้ชัดเจน

ดอก

เพกา ข้อควรระวัง
https://puechkaset.com

ลักษณะของดอกเพกาหรือดอกลิ้นฟ้า จะออกดอกที่บริเวณช่อปลายยอด โดยมีความยาวของก้านช่อประมาณ 0.8-1.5 เมตร ดอกเรียงซ้อนกันประมาณ 20-30 ดอก ที่ปลายก้านช่อดอก แต่ละดอกก้านจะยาว 5-15 ซนติเมตร ดอกเพกาหรือลิ้นฟ้ามีลักษณะเป็นหลอดของกลีบเลี้ยง โดยกลีบดอกจะมีสีเขียวหุ้มไว้ เมื่อดอกแก่ปลายกลีบดอกจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงและดอกใหญ่ขึ้น เมื่อดอกบานจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม ส่วนด้านในเป็นสีครีม ทั้งนี้ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปแตร ปลายกลีบไม่แยกเป็นแฉกและย่นเป็นลูกคลื่นโค้งพับลงด้านล่าง ส่วนด้านในของดอกประกอบด้วยเกสรตัวผู้เรียงกัน 5 อัน มีละอองเกสรจำนวนมาก ส่วนก้านเกสรตัวเมียเพียงแค่ 1 อันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ดอกลิ้นฟ้าหรือเพกาจะค่อยๆ ทยอยบานจากดอกล่างไปสู่ดอกที่อยู่ปลายช่อและจะบานในตอนกลางคืนหรือรุ่งสาง

ผล

ต้นเพกา ความเชื่อ
https://puechkaset.com

ต้นเพกาหรือลิ้นฟ้า มีลักษณะเป็นฝัก โดยฝักแบนยาว คล้ายดาบจีนโบราณมีความกว้างประมาณ 5-8 เซนติเมตรและยาว 15-120 เซนติเมตร ปลายฝักแหลม โคนสอบเปลือกฝักหนา ฝักอ่อนมีสีเขียวสด นิยมนำมารับประทานเป็นอาหาร ซึ่งจะมีเนื้อแน่นกรอบและมีรสขมเล็กน้อย ฝักแก่จะมีสีเขียวอมดำ ซึ่งจะไม่นิยมนำมารับประทานเพราะจะมีเนื้อที่แข็งและเหนียวฝักแก่จะแห้งกลายเป็นสีดำและแตกออกเป็น 2 ซีก ส่วนด้านในจะมีเมล็ดจำนวนมาก เรียงอัดกันแน่นอยู่เมล็ดเพกามีลักษณะแบน สีดำอมน้ำตาล ถูกหุ้มด้วยเยื่อสีขาวอมเหลืองแผ่นบางๆ ล้อมรอบ เมล็ดจะปลิวตามแรงลมไปตกไกลจากต้น

สรรพคุณของเพกาหรือลิ้นฟ้า

ฝักอ่อน

  • ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย
  • ช่วยเจริญอาหาร
  • ช่วยบำรุงสายตาและบำรุงธาตุ
  • ลดอาการอักเสบหรืออาการเจ็บคอ
  • ช่วยบรรเทาอาการไอและลดเสมหะ
  • รักษาโรคในระบบทางเดินอาหารและรักษาโรคท้องร่วงหรือโรคท้องเสีย
  • ช่วยรักษาแผลในช่องปาก
  • มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ
  • แก้อาการร้อนใน
  • ช่วยรักษาโรคมะเร็งหรือต้านโรคมะเร็ง

เมล็ด

  • ช่วยบรรเทาอาการไอและเจ็บคอ
  • ช่วยแก้อาการฟกช้ำหรือแก้กระหายน้ำ
  • มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ
  • ช่วยขับสารพิษในลำไส้

ยอดอ่อนหรือใบอ่อน

  • ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
  • ช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือด
  • แก้อาหารเป็นพิษ
  • ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด
  • สมานแผลหรือรักษาแผลภายนอกให้หายเร็ว

เปลือกและแก่น

  • ช่วยขับปัสสาวะ
  • ช่วยแก้อาการร้อนในหรือพกช้ำตามร่างกาย
  • บรรเทาอาการไอและเจ็บคอ
  • ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร
  • บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน
  • ช่วยขับลม

ราก

  • หากนำมาฝนหรือบดและประคบจะช่วยรักษาอาการปวดบวมของฝี
  • ช่วยสมานแผลทำให้แผลหายเร็ว
  • ช่วยขับเหงื่อหรือสารพิษในร่างกาย
  • ช่วยให้เจริญอาหาร

ความเชื่อเกี่ยวกับต้นลิ้นฟ้าหรือเพกา

คนสมัยโบราณมีความเชื่อว่าห้ามปลูกต้นเพกาไว้บริเวณบ้านเพราะฝักเพกามีรูปร่างคล้ายดาบหรือปลายหอก อาจนำมาซึ่งความเดือดร้อนและเลือดตกยางออกแก่เจ้าของบ้านได้ ในขณะเดียวกันคนจีนก็จะเรียกต้นเพกาว่า “กระดาษพันใบ”เพราะลักษณะของเมล็ดที่มีปีกสีขาวซ้อนกันอยู่ ก้านฝักเพกาชูสูงขึ้น ส่วนยอดของลำต้นจะมีฝักแบนใหญ่ห้อยลงมาแลดูคล้ายลิ้นขนาดใหญ่ที่ห้อยอยู่ ชาวอีสานจึงเรียกเหตุการณ์ว่า “ลิ้นฟ้า” นั่นเอง อีกอย่างหนึ่งฝักเพกามีชื่อเรียกเหล็กประดับยอดพระปรางค์มี 10 กิ่ง มีรูปร่างที่คล้ายกับฝักเพกา จึงรับเป็นของสูงที่ไม่ควรนำมาปลูกไว้ในบริเวณบ้านเช่นเดียวกับต้นโพธิ์ หรือต้นไทร แต่สามารถนำไปปลูกไว้ที่สวน ไร่ นาหรือบริเวณรั้วบ้านได้ไม่ถือสาอะไร

ลิ้นฟ้าหรือเพกา จัดเป็นพืชในวงแคหางด่าง มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นอื่นๆ มากมาย อย่างเช่น ชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนเรียกว่า ดอก๊ะ ด๊อกก๊ะ ดุแก ชาวจังหวัดนราธิวาสเรียกว่า มะลิดไม้ มะลิ้นไม้ ในขณะที่ภาคเหนือหรือภาคอีสานจะเรียกว่าต้นลิ้นฟ้าและภาคกลางจะเรียกว่าต้นเพกา งานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งได้รับการวิจัยมาแล้วทางการแพทย์พบว่าเพกาหรือลิ้นฟ้า มีสารสกัดฟลาโวนอยด์ ที่ได้จากบริเวณเปลือกของลำต้น มีฤทธิ์ช่วยลดอาการอักเสบ ลดอาการแพ้ อีกทั้งยังมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการบีบตัวของกล้ามเนื้อ นอกจากนั้น การรับประทานฝักเพกายังสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้อีกด้วย นอกจากนั้น อ้างอิงจากงานวิจัยสาธารณสุขยังพบว่าเมล็ดเพกาเป็นสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการไอช่วยขับเสมหะ สามารถนำเมล็ด 1 กำมือไปต้มใส่หม้อเติมน้ำ 300 มิลลิลิตร และต้มด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง ดื่มครั้งละ 1 แก้ววันละ 3 ครั้ง จะช่วยแก้อาการไอให้ดีขึ้นได้ นอกจากเพกาหรือลิ้นฟ้าจะมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรไทยแล้วยังขึ้นชื่อว่าเป็นยาสมุนไพรจีนที่ได้รับความนิยมอีกด้วย

ลิ้นฟ้าประโยชน์

การปลูก และการขยายพันธุ์ต้นลิ้นฟ้า หรือเพกา

สำหรับวิธีการปลูกหรือการขยายพันธุ์เพกา สามารถขยายพันธุ์ได้โดยวิธีการเพาะเมล็ด โดยเลือกเมล็ดจากฝักแก่หรือฝักแห้งที่มีสีดำ โดยให้เก็บเมล็ดไว้ซัก 2-3 เดือนก่อนนำเมล็ดมาเพาะ หลังจากฝักแก่แล้วเมล็ดเพกาจะเข้าสู่ระยะฟักตัวอยู่ช่วงหนึ่ง หากนำเมล็ดไปเพราะหลังจากที่ฝักแก่เลย โดยไม่เก็บไว้จะมีอัตราการงอกต่ำ ดังนั้น จึงควรทิ้งให้ฝักแก่สักระยะหนึ่งก่อน การเพาะเมล็ดควรใช้ถุงเพาะชำ เพื่อให้สามารถย้ายลงแปลงปลูกได้อย่างสะดวก หลังจากนำเมล็ดไปตากแดดประมาณ 2-3 วัน แล้วค่อยนำมาเพาะ วัสดุการเพาะควรใช้ดินผสมกับวัตถุอินทรีย์ ได้แก่ ปุ๋ยคอก แกลบดำและปุ๋ยหมัก หากไม่สะดวก ให้ใช้เพียงปุ๋ยคอกอย่างเดียวก็ได้ อัตราส่วนดิน ปุ๋ยคอกและแกลบดำจะอยู่ที่ 1 : 3 : 1 หลังจากนำเมล็ดลงไปเพาะแล้ว กลบดินและรดน้ำให้ชุ่ม ควรรดน้ำทุกวันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง จนกว่าต้นจะงอกและแตกใบออกเป็น 2 ข้อสามารถย้ายลงไปปลูกในแปลงได้ การปลูกเพกานิยมปลูกในช่วงต้นฤดูฝน เมื่อต้นกล้าแตกออกได้ 2 ข้อแล้ว สามารถย้ายลงไปปลูกในแปลงที่มีระยะห่าง 4×4 เมตร ขุดหลุมขนาดประมาณ 30 เซนติเมตร และลึก เซนติเมตร ก่อนรองหลุมด้วยปุ๋ยคอกประมาณ 3-5 กำมือ และปุ๋ยสูตรเคมีสูตร 15-15-15 ประมาณ 1 กำมือ พร้อมขุดหน้าดินผสมกันก่อนจะนำกล้าเพกาลงไปปลูก

ที่มา

https://www.phargarden.com

อยากให้มีเนื้อหาเรื่องอะไรเพิ่มเติม หรือมีความคิดเห็นอย่างไร เชิญคอมเม้นท์ไว้ได้เลยครับ