ลาน พันธุ์ไม้ดึกดำบรรพ์ที่เป็นตำนานของลูกฆ่าแม่

ชื่อภาษาอังกฤษ

Lontar palm, Fan palm

ชื่อวิทยาศาสตร์

Corypha umbraculifera L.

ความหมาย

แนวลำต้นตั้งตรงและแข็ง เติบโตเป็นต้นเดี่ยวโดยไม่มีการแตกกอเพิ่ม ไม่มีกิ่งก้านแต่มีกาบใบเรียงเป็นชั้นๆ เมื่อใบเหล่านี้หลุดออกจะเหลือสันเตี้ยๆ ล้อมรอบลำต้นเหมือนวงแหวนเอาไว้ ผิวไม้เป็นสีน้ำตาลเข้มปนเทา เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นไม่รวมกาบใบอยู่ที่ประมาณ 40-60 เซนติเมตร

ความเชื่อ

ภาคเหนือจะมีความเชื่อว่า ต้นลานสามารถหยั่งรากถึงเมืองบาดาลได้ แต่เมื่อใดที่รากหยั่งถึงแล้วก็จะยืนต้นตายทันที ภาคอีสานก็มีความเชื่อดั้งเดิมว่าต้นลานเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ หากนำใบลานมาจารอักษรก็จะได้บุญเทียบเท่ากับการสร้างพระพุทธรูป และส่งผลให้ผู้จารอักษรมีสติปัญญาดี

ลาน ภาษาอังกฤษ Lontar palm, Fan palm

ลาน ชื่อวิทยาศาสตร์ Corypha umbraculifera L.

ลานเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวที่ทนต่อภัยธรรมชาติได้ดีมาก เป็นพันธุ์ไม้ที่แม้กระทั่งถูกเผาด้วยไฟป่าก็สามารถงอกต้นใหม่ขึ้นมาได้ ลักษณะของต้นลานจะคล้ายคลึงกับต้นมะพร้าว เติบโตค่อนข้างช้า และมีข้อจำกัดเกี่ยวกับพื้นที่เพาะปลูกพอสมควร เนื่องจากมีลำต้นสูงใหญ่และมีใบมาก จึงไม่นิยมปลูกไว้ใกล้ที่พักอาศัยเท่าไรนัก

ลาน ภาษาอังกฤษ
www.samunpri.com

ความเชื่อเกี่ยวกับต้นลาน

ความเชื่อที่เชื่อมโยงกับต้นลานนั้นมีค่อนข้างมากและหลากหลาย แปรเปลี่ยนไปตามแนวคิดของผู้คนในแต่ละท้องถิ่น อย่างทางภาคเหนือจะมีความเชื่อว่า ต้นลานสามารถหยั่งรากถึงเมืองบาดาลได้ แต่เมื่อใดที่รากหยั่งถึงแล้วก็จะยืนต้นตายทันที ซึ่งความเชื่อนี้ได้ต่อยอดไปสู่กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาอีกหลายอย่าง ทางภาคอีสานก็มีความเชื่อดั้งเดิมว่าต้นลานเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ หากนำใบลานมาจารอักษรก็จะได้บุญเทียบเท่ากับการสร้างพระพุทธรูป และส่งผลให้ผู้จารอักษรมีสติปัญญาดี ศึกษาธรรมใดก็แตกฉานโดยง่าย นอกจากนี้ยังมีคำกล่าวที่ว่า หากตบตีพ่อแม่ก็จะตายไปแล้วมีมือใหญ่เท่าใบลาน เป็นหนึ่งในกุศโลบายที่ทำให้เด็กกลัวบาปกรรมและรู้จักกตัญญูต่อพ่อแม่ด้วย

ลักษณะของต้นลาน

  • ลักษณะของลำต้น แนวลำต้นตั้งตรงและแข็ง เติบโตเป็นต้นเดี่ยวโดยไม่มีการแตกกอเพิ่ม ไม่มีกิ่งก้านแต่มีกาบใบเรียงเป็นชั้นๆ เมื่อใบเหล่านี้หลุดออกจะเหลือสันเตี้ยๆ ล้อมรอบลำต้นเหมือนวงแหวนเอาไว้ ผิวไม้เป็นสีน้ำตาลเข้มปนเทา เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นไม่รวมกาบใบอยู่ที่ประมาณ 40-60 เซนติเมตร
  • ใบ รูปทรงใบคล้ายกับฝ่ามือขนาดใหญ่ แผ่นใบหยักเป็นคลื่น ปลายใบฉีกแยกออกจากกันเป็นหลายแฉก ความยาวของใบอยู่ที่ประมาณ 3-4 เมตร และกว้างได้มากถึง 6 เมตร ก้านใบเรียวยาวและมีขอบที่โค้งเข้าหากัน มีรอยหยักคล้ายฟันเลื่อยสีดำที่ขอบนั้นด้วย เนื้อใบบางสีเขียวอมเทา ผิวใบเรียบลื่นเป็นมันเงา
  • ดอก ดอกลานจะออกที่ยอดบนสุดของลำต้นเพียงตำแหน่งเดียว มีลักษณะเป็นช่อที่ลดหลั่นกันคล้ายพีระมิด ก้านดอกยาวประมาณ 4-7 เมตร แต่ละก้านประกอบด้วยแขนงดอกย่อยมากกว่า 40 แขนง ดอกย่อยเป็นสีเหลืองอ่อนหรือสีขาวครีม และมีกลิ่นหอมที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์
  • ผล ผลเป็นทรงกลมสีเขียวสด ผิวนอกเรียบเกลี้ยงหรือขรุขระบ้างเล็กน้อย ลูกลานภายในมีเมล็ดเดี่ยวสีดำ เนื้อในขาวขุ่นคล้ายลูกชิด
ต้นลาน
medthai.com

สายพันธุ์ยอดนิยม

อันที่จริงพืชในตระกูลลานจะมีอยู่หลายสายพันธุ์ทั่วโลก แต่ในประเทศไทยจะพบต้นลานเพียงแค่ 3 สายพันธุ์เท่านั้น

  1. ลานพรุ เติบโตได้ดีตามริมฝั่งแม่น้ำหรือพื้นที่ชุ่มน้ำ พบมากทางภาคใต้ของไทย
  2. ลานป่า เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ลานทุ่ง นับเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมที่พบมากทางภาคตะวันออก ภาคอีสาน และภาคกลางบางพื้นที่
  3. ลานวัด อาจเรียกว่า ลานบ้าน หรือ ลานหมื่นเถิดเทิง เป็นสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในบ้านเราไม่พบลานชนิดนี้ขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่นิยมนำพันธุ์มาเพาะปลูกกันมากทางภาคเหนือ

วิธีการปลูก

การขยายพันธุ์ต้นลานต้องเพาะจากเมล็ด โดยเลือกเก็บลูกลานที่ร่วงหล่นใต้ต้นและยังมีสภาพสมบูรณ์ดี นำมาแกะเปลือกแล้วขูดล้างเอาเนื้อออกให้เกลี้ยง ตัดปลายด้านหนึ่งของเมล็ดลูกลานจนมองเห็นแก่นสีขาวด้านใน นำเมล็ดไปแช่น้ำไว้ข้ามคืน จากนั้นนำลงเพาะในกระบะที่มีดินร่วนซุยหรือจะใช้เป็นขุยมะพร้าวผสมแกลบก็ได้ หมั่นรดน้ำจนกว่าจะเห็นต้นอ่อนสีขาวงอกออกมา ค่อยแยกไปลงถุงเพาะชำอีกครั้งหนึ่ง ช่วงแรกต้นลานจะเติบโตได้ช้ามาก อาจใช้เวลามากกว่า 1 ปีถึงจะได้ต้นกล้าที่โตพอสำหรับย้ายไปปลูกลงดิน

การปลูกลาน
www.saranukromthai.or.th

วิธีการดูแลรักษา

  • แสง ต้องการแดดจัดตลอดทั้งวัน ยกเว้นช่วงต้นอ่อนที่ต้องตั้งไว้ในที่ร่ม
  • น้ำ ช่วงต้นอ่อนและต้นกล้าระยะแรกให้รดน้ำเป็นประจำทุกวัน หลังจากนั้นสามารถลดให้เหลือสัปดาห์ละ 3-5 ครั้งได้
  • ดิน เติบโตได้ดีในดินร่วนซุย
  • ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยเพื่อบำรุงแร่ธาตุในดินตามความเหมาะสม

คุณประโยชน์ที่ได้จากต้นลาน

  1. ลำต้น มีสรรพคุณในการแก้พิษ แต่นิยมนำมาทำฟืนหุงต้มในครัวเรือน ทำเฟอร์นิเจอร์ และดัดแปลงเป็นข้าวของเครื่องใช้มากกว่า ในบางพื้นที่จะนำแก่นลานมาทำครกไม้และสากไม้ นอกจากนี้ยังใช้ในการเพาะเลี้ยงตัวด้วงได้ด้วย
  2. ใบ นำใบแก่มาเผาไฟช่วยดับพิษอักเสบและลดอาการบวมช้ำได้ดี ทั้งยังใช้เพื่อประกอบเป็นที่พักอาศัยได้ด้วย ส่วนใบอ่อนหรือยอดลานจะถูกดัดแปลงเป็นสมุดใบลานสำหรับจดบันทึก ผลิตภัณฑ์จักรสาน และประดิษฐ์เป็นของเล่นเด็ก
  3. ผล เนื้อในช่วยรักษาโรคกระเพาะ ฆ่าเชื้อในลำไส้ และใช้เป็นยาระบายได้ ส่วนเปลือกนอกก็มีสรรพคุณช่วยในการระบายเช่นเดียวกัน
  4. ราก นำรากมาฝนกับน้ำแล้วทานเป็นยา ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด แก้ร้อนใน และช่วยขับเหงื่อได้ดี

ลิ้มรสลูกลานไม่ต้องรอนานถึง 60 ปี

อีกหนึ่งฉายาของต้นลานก็คือ “ลูกฆ่าแม่” มาจากธรรมชาติของต้นลานที่พอออกผลแล้วก็จะยืนต้นตายทันที บางคนจึงเลือกที่จะไม่ทานลูกลานเลยด้วยเชื่อว่าไม่เป็นมงคล เมื่อต้นลานเป็นไม้โตช้าแล้วยังออกผลได้เพียงรอบเดียวตลอดอายุของมัน เลยทำให้พันธุ์ไม้ชนิดนี้เริ่มหายากมากขึ้นเรื่อยๆ จนเด็กรุ่นใหม่แทบจะไม่เคยเห็นกันแล้ว คงได้เห็นเพียงลูกลานที่ชาวบ้านนำมาขายตามสถานที่ท่องเที่ยวนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ความเชื่อที่ว่ากว่าจะได้ทานลูกลานต้องรอถึง 60 ปีนี้ ดูจะคลาดเคลื่อนจากความจริงไปบ้าง เพราะระยะเวลาในการออกผลของต้นลานนั้นขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และการดูแล ประมาณ 20-30 ปีขึ้นไปก็เริ่มออกผลให้เก็บเกี่ยวกันได้แล้ว

ลูกลาน
kaijeaw.in.th

แหล่งที่มา

http://www.bl.msu.ac.th

http://www.rspg.or.th

อยากให้มีเนื้อหาเรื่องอะไรเพิ่มเติม หรือมีความคิดเห็นอย่างไร เชิญคอมเม้นท์ไว้ได้เลยครับ