ชื่อภาษาอังกฤษ

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ชื่อวิทยาศาสตร์

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ความหมาย

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ความเชื่อ

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

ลิ้นกระบือชื่อวิทยาศาสตร์ : Excoecaria cochinchinensis Lour. 

วงศ์ลิ้นกระบือ : Euphorbiaceae

ชื่อท้องถิ่นอื่นๆที่เรียกกัน : กะเบือ (ราชบุรี), ใบท้องแดง (จันทบุรี), บัว บัวลา กระทู้ กระทู้เจ็ดแบก (ภาคเหนือ), กระบือเจ็ดตัว กำลังกระบือ ลิ้นกระบือ (ภาคกลาง), ต้นลิ้นควาย, ตาตุ่มไก่, ตาตุ่มนก, ลิ้นกระบือขาว เป็นต้น

ลิ้นกระบือ เป็นพรรณพืชที่มีถิ่นกำเนิดบริเวณเขตร้อนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มาเลเซีย ไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ หรือแพร่กระจายไปยังเขตร้อนต่างๆ ในทวีปเอเชียและแอฟริกา  สำหรับในประเทศไทยสามารถพบลิ้นกระบือได้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศแต่จะพบได้มากในภาคกลางและภาคเหนือมากกว่าภาคอื่นๆ ลิ้นกระบือเป็นไม้ประดับที่สวยสะดุดตาด้วยใบด่างด้านบนและสีแดงเข้มใต้ใบ นิยมนำมาใช้ตกแต่งสวนปลูกลงดินกลางแจ้งหรือปลูกลงในกระถางก็ได้ ดูแลง่าย โตไวยิ่งถ้าปลูกลงดินจะแตกพุ่มสวยงามมาก

ลิ้นกระบือชื่อวิทยาศาสตร์
www.myhomemygardening.com

ลักษณะของลิ้นกระบือ

  • ต้น ลิ้นกระบือเป็นพรรณไม้พุ่มขนาดย่อม มีความสูงประมาณ 0.5 – 1.5 เมตร ลำต้นสีเขียวอมม่วงแดง แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มเเน่นทึบ มีรูอากาศตามผิวกิ่ง ตามกิ่งก้านมีน้ำยางสีขาวข้นคล้ายน้ำนม
  • ใบ เป็นใบเดี่ยวใบออกทั้งสองข้างของก้านใบ ใบจะเรียงตรงข้ามหรืออยู่สลับกัน ใบคล้ายรูปรีหรือรูปไข่ตลอดทั้งใบ บริเวณปลายใบมีติ่งแหลม ส่วนขอบใบคล้ายฟันซี่เล็กๆเกือบเรียบ มีขนาดความกว้าง 2 – 4.5 เซนติเมตร ยาว 4 – 13 เซนติเมตร ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ผิวใบด้านล่างสีม่วงแดงหรือม่วงน้ำตาล และใบบนมีเส้นแขนงประมาณด้านละ 7 -12 เส้น
  • ดอก มีการออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกตามซอกใบที่ปลายกิ่งและบริเวณยอดของต้น ช่อดอกยาว 1- 2 เซนติเมตร ก้านดอกยาวประมาณ 1.5 มิลลิเมตร โดยที่ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น ซึ่งช่อดอกเพศผู้มีดอกเล็กๆจำนวนมาก ดอกเพศเมียสั้นกว่าช่อดอกเพศผู้และมีต่อมเล็ก ๆ ประกอบด้วยกลีบดอก 3 กลีบ ดอกมีสีเหลืองอมเขียว และออกดอกตลอดทั้งปี
  • ผล มีรูปร่างค่อนข้างกลมขนาดเล็ก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 มิลลิเมตร ภายใน 1 ผลประกอบด้วยพู 3 พู ผลแก่จะแตกออกแยกเป็น 3 ส่วน ไม่มีเนื้ออยู่ภายในผลแต่มีเมล็ดลักษณะเป็นกลม เมล็ดมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4 มิลลิเมตร
ลิ้นกระบือ ความหมาย
medthai.com

วิธีการปลูก และการดูแลลิ้นกระบือ

การปลูกลิ้นกระบือจะมีอยู่สองวิธี คือ การปักชำกิ่ง และการเพาะเมล็ด ส่วนมากผู้คนนิยมในการปักชำกิ่งมากกว่าเนื่องจากมีการดูแลที่ง่ายกว่า ในการปักชำจะต้องเตรียมดินโดยมีส่วนผสมของ ดินร่วน ขี้เถ้าแกลบ และขุยมะพร้าว ช่วยมให้อัตราการระบายน้ำได้ดี ความชื้นของน้ำระดับปานกลาง ให้รับแสงแดดพอประมาณ เพื่อให้อัตราของรากงอกมากขึ้น เป็นพืชที่เจริญเติมโตง่าย การดูแลไม่ยุ่งยาก เหมาะกับการปลูกทุกภูมิภาคของประเทศไทย

คุณค่าทางโภชนาการต้นลิ้นกระบือ

  • Beta-sitosterol
    ในลิ้นกระบือเป็นสารประกอบที่มีลักษณะคล้ายขี้ผึ้งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ สามารถช่วยลดอาการอักเสบ โดยที่ Beta-sitosterol ช่วยในการยึดเกาะที่บริเวณแผล จึงสามารถช่วยป้องกันไม่ให้แผลเกิดการสูญเสียความชื้นที่อยู่ภายในบาดแผลออกมาได้ และยังช่วยทำให้บริเวณโดยรอบของแผลมีลักษณะที่ไม่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียทำให้เชื้อแบคทีเรียไม่สามารถเข้ามาทำลายเซลล์ที่บริเวณเกิดแผลได้อีก
  • Kaempferol
    ในลิ้นกระบือมีเคมเฟอรอลเป็นสารที่อยู่ในกลุ่มฟลาโวนอยด์จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยม สามารถป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระเข้าไปปฏิกิริยาออกซิเดชันกับดีเอ็นเอของเซลล์ จนทำให้ดีเอ็นเอของเซลล์เกิดการกลายพันธ์เป็นเซลล์มะเร็ง ซึ่งเป็นที่มาของมะเร็งเต้านม และมะเร็งล้าไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดีทำให้หลอดเลือดมีความแข็งแรง โดยช่วยป้องกันไขมันจากการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นจนไขมันกลายเป็นตะกรันเกาะตามผนังเส้นเลือด ซึ่งเป็นที่มาของโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจ
  • Gallic acid
    ลิ้นกระบือมีกรดแกลลิกที่พบในต้นกระบือเจ็ดตัวเป็นสารแทนนินชนิดหนึ่ง มีสมบัติเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถช่วยป้องกันเซลล์ไม่ให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ( oxidation reaction ) กับอนุมูลอิสระ ทำให้เซลล์มีความแข็งแรงและอายุยืด และยังช่วยป้องกันไม่ให้ดีเอ็นเอของเซลล์โดยทำลายจนเกิดการกลายพันธ์เป็นเซลล์มะเร็ง ช่วยลดการอักเสบของแผลที่เกิดขึ้นเนื่องจากกรดแกลลิกจะมีฤทธิ์ในการต่อต้านการอักเสบ ( anti-inflammatory ) ป้องกันโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ โดยสารแกลลิกจะเข้าไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะซิติลโคลีนเอสเตอเรสที่มีหน้าที่ในการการสลายสารสื่อประสาทที่อยู่ภายในสมอง ซึ่งเมื่อเอนไซม์อะซิติลโคลีนเอสเตอเรสทำงานได้น้อยลง แสดงว่าสารสื่อประสาทยังคงอยู่เป็นจำมาก จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและสมองได้
  • Potassium
    ลิ้นกระบือมีโปแตสเซียม ( Potassium ) ถือเป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกายโดยเฉพาะในเรื่องการเต้นของหัวใจ โดยที่โพแทสเซียมเป็นสารที่ทำหน้าที่ในการช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจมีการหดตัวอย่างเป็นจังหวะที่เหมาะสมเป็นปกติและยังเป็นสารที่ช่วยในการรักษาสมดุลของกรด-ด่าง และประจุที่อยู่ในร่างกายอีกด้วย โดยช่วยรักษาปริมาตรของเซลล์ให้มีปริมาณที่คงที่ ลดความเสี่ยงในการเกิดการบวมน้ำหรือภาวะร่างกายขาดน้ำของร่างกาย
วิธีการปลูกลิ้นกระบือ
www.phargarden.com

ข้อควรระวังจากลิ้นกระบือ

ยางของที่ออกจากต้นกระบือเจ็ดตัวก็มีพิษเช่นเดียวกันไม่สามารถรับประทานได้ ต้นกระบือเจ็ดตัวจึงเป็นพืชที่มีคุณอนันต์แต่ก็มีโทษอยู่ในตัวเช่นเดียวกัน ดังนั้นขั้นตอนการนำมารับประทานต้องทำด้วยขั้นตอนที่ระมัดระวัง โดยต้องทำการล้างยางออกให้หมดเสียก่อนจึงจะนำมาต้มกินได

ประโยชน์และสรรพคุณของลิ้นกระบือ

  1. นำมาชงดื่มจะมีรสเฝื่อนขื่น ใบชาเป็นยารักษาโรคกษัย ยาดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ไข้
  2. นำมาตากแห้งแล้วต้มดื่มน้ำ รสชาติร้อนเฝื่อน สามารถช่วยถอนพิษไข้ ถอนอาหารเป็นพิษ แก้อาการร้อนภายใน
ลิ้นกระบือ สรรพคุณ

แหล่งที่มา

http://clgc.agri.kps.ku.ac.th

http://www.rspg.or.th

อยากให้มีเนื้อหาเรื่องอะไรเพิ่มเติม หรือมีความคิดเห็นอย่างไร เชิญคอมเม้นท์ไว้ได้เลยครับ