เทคนิคการดูแลต้นไม้ในช่วงฝนตกหนัก น้ำท่วมสวน

Facebook

เข้าหน้าฝนทีไรปัญหากวนใจคนรักต้นไม้ก็ตามมาด้วยเช่นกัน แต่ก็มีหลายคนสงสัยว่า หน้าฝนก็ดีสิ ต้นไม้จะได้ชุ่มฉ่ำ สวยงาม ประหยัดน้ำอีกต่างหากด้วย แต่นี่น่าจะเป็นความเข้าใจที่ผิดพอสมควร เพราะต้นไม้หลาย ๆ ต้น ก็ไม่ได้ชอบน้ำมาก ๆ ยิ่งมีน้ำขังตามหน้าดิน อาจจะทำให้รากเน่า เหี่ยวเฉา และถึงตายได้เลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพดิน ฟ้า อากาศ ในประเทศไทยของเรา ที่มีทั้งฝนตกหนัก มีทั้งพายุด้วยแล้ว ก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมสวนในไร่ หรือสวนหย่อมหน้าบ้าน เพราะระบายออกไม่ทัน วันนี้เรามีวิธีดูแลต้นไม้ ขั้นตอนการป้องกันรักษาต้นไม้ที่เรารักมาฝากกัน แต่จะมีวิธีไหนกันบ้าง ตามมาดูกันเลยกับเทคนิคการดูแลต้นไม้ ในช่วงฝนตกหนัก น้ำท่วมสวน

อาการต้นไม้ที่ถูกน้ำท่วมมีอะไรบ้าง

ใบเหลือง

หากต้นไม้ของเราเริ่มมีปัญหา อาการแรก ๆ ที่เราจะพบได้ก่อนก็คือ ใบจะเริ่มเป็นสีเหลือง และจะค่อย ๆ เหลืองเข้มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะเริ่มเป็นจากใบที่อยู่โคนของกิ่ง หากโดนน้ำท่วมขังต่อเนื่อง ลักษณะใบจะค่อย ๆ ลู่ลง ห้อยลง ไปพร้อม ๆ กับอาการใบซีดเหลือง

หมดปัญหา ต้นไม้ใบเหลือง เทคนิคการรักษา อาการต้นไม้ใบเหลือง

ต้นแห้ง ใบเหี่ยว

อีกอาการที่พบได้ทั่วไปคือ การที่ต้นไม้ที่เรารักเริ่มแห้งลง ทั้งลำต้นและก้านใบ จะสังเกตได้ว่ามีความซีดลง เหมือนผิวคนเราที่ขาดการบำรุง เป็นเพราะว่ารากของต้นไม้ขาดออกซิเจนไปหล่อเลี้ยง เพราะการที่น้ำท่วมสวน ทำให้น้ำซึมลงไปในชั้นล่างของดิน เข้าไปแทนที่ดิน ส่งผลให้ในชั้นดินนั้นขาดออกซิเจน รากที่ทำหน้าที่ดูดซึมอาหารและแร่ธาตุในดิน ไม่สามารถนำไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้นั่นเอง

ทิ้งใบหรือยืนต้นตาย

เมื่อเกิดน้ำท่วมขังนาน ๆ รากของต้นไม้จะเกิดสภาวะเครียด ทำให้มีการกระตุ้นให้ผลิตฮอร์โมนแอทธีลีนจำนวนมากเกินไป ส่งผลให้ใบร่วง หรือเรียกว่าอาการทิ้งใบ หากรุนแรงจะทำให้ต้นไม้ทิ้งดอกผลก่อน และจะทิ้งใบตาม จนร่วงเกือบจะหมดทั้งต้น โดยใบร่วงส่วนใหญ่จะเป็นใบที่มีอายุมาก อยู่ส่วนล่างของกิ่ง แต่ก็มีไม้บางชนิด เช่น มะม่วง จะไม่เกิดอาการทิ้งใบ แต่จะยืนต้นตายทั้งที่มีใบเต็มต้น

ฝนตกหนัก น้ำท่วมสวน ดูแลป้องกันได้อย่างไรบ้าง

ขุดร่องสวน หรือทางระบายน้ำ

เมื่อรู้ว่าหน้าฝนใกล้เข้ามา เราสามารถจัดเตรียมพื้นที่ของเราไว้ให้พร้อม เพราะหากปล่อยให้น้ำท่วมสวนไปนาน ๆ อาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมา วิธีนี้จะช่วยป้องกันน้ำท่วมต้นไม้ น้ำขังหน้าดิน ใช้ได้ทั้งสวนขนาดใหญ่ และสวนหย่อมในบริเวณบ้าน ให้เราขุดดินให้เป็นร่องเล็ก ๆ เป็นแนวยาวไปตามขอบพื้นที่หรือแปลงดิน เพื่อเป็นทางให้น้ำไหลไปสู่พื้นที่ระบายน้ำหรือท่อน้ำ

ผ้ายางคลุมป้องกันหน้าดิน

หากฝนตกหนัก ๆ ติดต่อกัน โอกาสที่ต้นไม้จะตาย เพราะขาดธาตุอาหารและออกซิเจนมีสูงมากเช่นกัน ให้หาผ้าพลาสติกผืนใหญ่ ๆ มาขึงคลุมหน้าดินเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกฝนชะล้างออกไปจนหมด เน้นเป็นพลาสติกกันน้ำ แบบที่ใช้กับสวนหรือใช้ขึงกันฝน ไม่ต้องหนามาก นำมาเจาะรูเล็ก ๆ เพื่อให้มีช่องระบายอากาศ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรคลุมหน้าดินก่อนฝนจะตกลงมา การใช้พลาสติกคลุมดินไม่ยุ่งยาก ช่วยประหยัดงบประมาณได้มากด้วย

ความแตกต่างของพลาสติกคลุมดิน และข้อดี ข้อเสียของพลาสติกคลุมดิน

ต้องค้ำยันต้นไม้

หากเป็นต้นไม้ที่พึ่งปลูกใหม่ ๆ ยังไม่มีรากที่แข็งแรง หากเกิดฝนตกหนักหรือมีลมพายุแรง ๆ ก็อาจจะล้ม หรือโค่นลงได้เช่นกัน เราควรต้องหาไม้มาค้ำเพื่อพยุงหรือเพื่อค้ำยันลำต้นเอาไว้ โดยเฉพาะช่วงโคนไม่ให้ต้นไม้เอนโอนไปตามแรงลม เพราะหากโดนลมมาก ๆ แล้วทำให้รากลอยพ้นดินขึ้นมา ก็จะส่งผลถึงการเจริญเติบโตของต้นไม้แน่นอน ทางที่ดีควรรีบป้องกันไว้ก่อนดีกว่า

แต่งกิ่งก้านใบให้โปร่ง

ต้นไม้ใบดกหนา หรือที่มีใบเยอะ ๆ จะต้านแรงลมในช่วงหน้าฝน ซึ่งก็มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะโค่นล้มหรือหักด้วยเช่นกัน ก่อนฝนจะจะมาต้องหาทางป้องกันเอาไว้ ด้วยการคอยดูแลตัดแต่งกิ่ง ก้าน ใบต่าง ๆ คอยระวังไม่ให้แตกกิ่งก้านมากเกินไป หากกิ่งไหนตายแล้วก็ควรตัดออก กิ่งไหนใบแน่นมากไปก็สามารถตัดแต่งได้ ควรทำก่อนเข้าฤดูฝนจะดีที่สุด โดยเฉพาะกิ่งไม้ขนาดใหญ่ เพราะหากเกิดฝนตกหนัก ๆ กิ่งไม้เหล่านี้จะสะสมน้ำเอาไว้ ทำให้หนักจนโอนเอนหักลงได้ ต้นไม้อาจจะตายหรือเกิดความเสียหายต่อผู้ที่อยู่อาศัยหรือคนในบ้านได้เช่นกัน 

ปรับหน้าดิน-พรวนดินสม่ำเสมอ

มีคนสงสัยว่าหน้าฝนต้องพรวนดินด้วยหรือ? บอกเลยว่าสำคัญมากทีเดียว เพราะการพรวนดินจะช่วยปรับหน้าดิน ไม่ให้ดินจับตัวเกาะกลุ่มกันเป็นก้อนหลังจากโดนน้ำ การพรวนดินจะช่วยให้ดินแห้งและระบายน้ำได้เร็วขึ้น และช่วยให้ออกซิเจนแทรกลงสู่รากต้นไม้ได้ดีมากขึ้นด้วย ทางที่ดีก่อนเข้าหน้าฝนให้เราปรับดินรอบ ๆ โคนต้นไม้ให้เป็นหลังเต่า เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังรอบ ๆ โคน โดยอาจเพิ่มพวกแกลบหรือทรายหยาบผสมลงไปในดิน เพื่อช่วยไม่ให้ดินจับตัวกันแน่นเกินไป หากต้นไม้มีน้ำท่วมขัง ให้เราขุดหลุมลึกประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร โดยให้มีความกว้างพอประมาณ เพื่อให้น้ำที่ขังใต้ดินได้ระบายออกจากรากต้นไม้

ใช้ปุ๋ยหมักธรรมชาติ

ปุ๋ยหมัก และข้อควรรู้เกี่ยวกับการหมักปุ๋ย

อีก 1 วิธีที่ช่วยเราดูแลต้นไม้ในช่วงที่ฝนตกหนักหรือเกิดน้ำท่วมขัง คือให้เปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยจากธรรมชาติแทนการใส่ปุ๋ยเคมี เพราะเวลาฝนตก น้ำฝนจะชะล้างปุ๋ยให้ไหลไปตามดิน อาจจะส่งผลกระทบต่อต้นไม้ สิ่งมีชีวิต สภาพแวดล้อม และระบบนิเวศน์อื่น ๆ ได้ เพื่อเป็นการรักษาสภาพดินไม่ให้เสียหายในระยะยาว ควรใช้การบำรุงดินด้วยปุ๋ยหมักจากธรรมชาติแทนจะดีกว่าอย่างแน่นอน

พ่นป้องกันเชื้อรา

หลังฝนหยุดแล้ว ปัญหาความชื้นก็จะตามมาทุกครั้ง ความชื้นเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคในพืชและต้นไม้ ยิ่งชื้นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแพร่กระจายได้มากเท่านั้น ทางที่ดีก่อนเข้าหน้าฝน เราควรป้องกันด้วยการฉีดพ่นป้องกันเชื้อราเอาไว้ก่อน เพื่อช่วยให้ต้นไม้ของเราสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ เพราะเชื้อราและแบคทีเรียนั้น จะไปดูดแย่งสารอาหารจากต้นไม้ ทำให้ต้นไม้ตายได้อย่างง่ายดายเลย

ข้อควรระวังกับสารป้องกันกำจัดโรคพืช(ยารักษาโรคเชื้อรา)

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเทคนิคการดูแลต้นไม้ในช่วงฝนตกหนัก น้ำท่วมสวน ที่เรานำมาฝากกัน อย่างที่บอกไปแล้วว่าประเทศไทยของเรานั้นฝนตกชุกมาก แถมยังมีลมพายุอีกด้วย คนรักการปลูกต้นไม้ รักการทำสวน ควรจะต้องหาวิธีดูแลป้องกันต้นไม้ที่เรารักไว้ก่อนที่ฝนจะมาไว้แต่เนิ่น ๆ อย่างน้อยก็ช่วยแก้ให้ปัญหาที่หนัก ๆ กลายเป็นเบาได้ หรือหากเตรียมการดี ๆ จะช่วยป้องกันเอาไว้ได้เลย เพื่อต้นไม้จะได้แข็งแรงเติบโตสวยงามได้อย่างที่เราต้องการ