ต้นตะเคียนชันตาแมวเป็นไม้ยืนต้นสูง 30–40 เมตร ขึ้นตามที่ลาดชันในป่าดิบชื้น พบที่ความสูงจากระดับทะเลปานกลาง 300-500 ม. ทางแหลมมลายู ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดนราธิวาส มีลักษณะเรือนยอดเป็นพุ่มทึบ ลำต้นขึ้นตรง เปลือกสีน้ำตาลเข้มล่อนเป็นสะเก็ดตลอดลำต้น มียางชันสีขาว ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบรูปหอกหรือรูปดาบ ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ออกดอกเป็นช่อตามง่ามใบและปลายกิ่ง สีขาว กลิ่นหอม ออกดอกช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน พบมากทางแถบป่าดงดิบที่จังหวัดยะลาและนราธิวาส จัดเป็นพันธุ์ไม้มงคลหายาก และมีคุณค่าทางเศรษฐกิจสูงชนิดหนึ่ง
ความเชื่อเกี่ยวกับต้นตะเคียนชันตาแมวในสังคมไทย
“ตะเคียนชันตาแมว” เป็นพันธุ์ไม้พระราชทานปลูกเป็นมงคลประจำ จ.นราธิวาส และถือว่าเป็นไม้ที่มีราคาสูง ด้วยความที่มีเนื้อไม้ลวดลายสวย สีน้ำตาลแกมเหลือง แข็งแรง เหมาะใช้ก่อสร้างสิ่งที่ต้องรับน้ำหนักมากๆ จึงมีความเชื่อกันว่า หากมีการปลูกต้นตะเคียนชันตาแมวไว้ในบริเวณอาคารสถานที่ใดแล้วก็ตาม จะทำให้บริเวณดังกล่าวมีความแข็งแรงมั่นคง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือโดนโค่นล้มลงได้โดยง่าย เปรียบเสมือนความแข็งแรงของเนื้อไม้ที่ได้จากต้นตะเคียนชันตาแมวนั่นเอง
ตำแหน่งที่ควรปลูกต้นตะเคียนชันตาแมว
ต้นตะเคียนชันตาแมว เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ที่มีความสูงเมื่อโตเต็มที่ถึง 40 เมตร ดังนั้นจึงควรปลูกไว้ในที่โล่งกลางแจ้งโดยควรเว้นให้มีระยะออกห่างจากอาคารสถานที่โดยรอบไม่น้อยกว่า 10-15 เมตร เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวอาคาร หากต้องการปลูกเพื่ออาศัยร่มเงาในการบังแดด ควรปลูกไว้ทางทิศตะวันตกของตัวอาคาร จึงจะให้ร่มเงาในช่วงบ่ายที่แดดส่องมาที่ตัวบ้านและอาคาร
ส่วนประกอบของต้นตะเคียนชันตาแมว
ลำต้น
มีขนาดใหญ่ สูงเฉลี่ยประมาณ 30 – 40 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบ ลำต้นขึ้นตรง เปลือกมีสีน้ำตาลเข้ม ล่อนเป็นสะเก็ด ตกชันสีขาวใส ๆเปลือกในเหลืองและแตกเป็นสะเก็ดตามแนวสูงของต้น
ใบ
ชนิดใบเดี่ยวรูปหอกหรือรูปดาบ กว้าง 2 – 4.5 เซนติเมตร ยาว 8 – 15เซนติเมตร เนื้อใบเกลี้ยงหนาปลายใบสอบเรียวแหลมโคนใบมนหรือเบี้ยว
ดอก
สีขาว ออกเป็นช่อตามง่ามใบและปลายกิ่งมีกลิ่นหอม
ผล
เป็นรูปขอบขนาน ปลายโค้ง กว้าง 1.5 เซนติเมตร ยาว 5 – 7 เซนติเมตรไม่มีปีกมีกลีบรองกลีบดอกเป็น กะทง 5 พู หุ้มแนบอยู่ประมาณ 1 ใน 4 ของผล
สายพันธุ์ของต้นตะเคียนชันตาแมวที่พบในประเทศไทย
“ตะเคียนชันตาแมว” เป็นไม้ในวงศ์ยางนา ซึ่งปัจจุบันหาพบได้ยาก โดยพื้นที่ที่เป็นถิ่นกำเนิดของไม้ชนิดนี้ จะอยู่บริเวณทางป่าดิบชื้นทางภาคใต้ของประเทศไทย แถบจังหวัดยะลา และ นราธิวาส รวมถึงในประเทศมาเลเซีย
วิธีการปลูก และสถานที่ที่เหมาะสมในการปลูกของต้นตะเคียนชันตาแมว
“ตะเคียนชันตาแมว” โดยมากจะขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด โดยทำการคัดเลือกเมล็ดที่ได้คุณภาพ แก่จัด ถ้ามีรอยปริแตก เกิดขึ้นตามธรรมชาติแล้วจะยิ่งทำให้เพาะง่าย โดยทำมาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน ให้เปลือกที่หนาและแข็งอ่อนตัวและอิ่มน้ำ หรือ อาจใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ พรมน้ำไว้หมาดๆ แล้วห่มเมล็ดอบไว้ รอจนเมล็ดแง้มปากออกมา หลังจากที่ปากเมล็ดเปิดออกแล้ว ค่อยๆ ใช้มือแกะเมล็ดออกจากเปลือกนอกที่นุ่มลงจากความชื้นออก อย่างเบาๆ อย่าให้ช้ำ จากนั้นนำไปวางลงในดินที่เพาะ ให้ตัวเมล็ดจมลงในดินเพียงครึ่งเดียวพอ และควรวางหลบแดดไว้ในที่ร่ม หากเป็นไปได้ควรวางไว้ในห้องที่มีความชื้นสูงๆ เพื่อเร่งให้รากเดินได้เร็วขึ้น ใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน รากก็จะแทงออกจากเมล็ดที่เพาะ และเพาะต่อไปจนได้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงค่อยย้ายไปปลูกในหลุมปลูกที่เตรียมไว้ต่อไป
วิธีการดูแลต้นตะเคียนชันตาแมว
แสง
ต้นตะเคียนชันตาแมว ควรปลูกไว้กลางแจ้ง ในบริเวณที่ได้รับแสงสว่างตลอดเวลา
น้ำ
ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง
ดิน
สภาพดินที่เหมาะสม ควรปลูกลงในดินร่วน
ปุ๋ย
ควรหมั่นพรวนดินและเติมปุ๋ยอินทรีย์ เป็นประจำ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณปีละ 2-3 หน เพื่อเพิ่มอินทรีย์สารในดิน
ประโยชน์หรือสรรพคุณอื่นๆ ของต้นตะเคียนชันตาแมว
ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจของต้นตะเคียนชันตาแมวนั้น เนื่องจากเป็นไม้ที่ให้เนื้อไม้ทนทานแข็งแรง จึงถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างที่ต้องรับน้ำหนักมาก ๆ เช่น การทำเรือสำเภาเดินทะเล เสากระโดงเรือ ทำรอด ต่อเรือ หมอนรถไฟ เป็นต้น รวมถึงนำยางมาสกัดเป็นชันมีราคาสูง ใช้ผสมน้ำมันทาไม้ และน้ำมันชักเงาอย่างดี
ราคาต่อต้นของต้นตะเคียนชันตาแมวโดยประมาณ
เนื่องจากเป็นพันธุ์ไม้ที่หาได้ยากในปัจจุบัน และมีพบได้เพียงพื้นทางทางใต้สุดของไทย ราคาจำหน่ายกล้าไม้ ความสูงไม่เกิน 1 เมตร ของต้นตะเคียนชันนตาแมวนั้นจึงมีมูลค่าเริ่มต้นอยู่ที่ 750.00 บาท จนถึง หลัก 1000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดความสูงและความสมบูรณ์