ต้นจั๋ง ไม้ฟอกอากาศยอดนิยมที่ทุกคนไม่ควรพลาด

550.00฿

29.00฿

175.00฿

ลักษณะทรงพุ่ม: เป็นไม้พุ่มสูง 3-4 เมตร แตกหน่อแตกก ลำต้นแข็งเหนียว ใบใหญ่มีหยักชัดเจน

แสงแดด:  ปลูกกลางแดดก็ได้ปลูกในร่มก็สบายมาก
ดิน: ดินที่ปลูกควรมีวัสดุปลูกจำพวกแกลบหรือกากมะพร้าว ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น
น้ำ: วันละ 1 ครั้ง คอยดูว่าดินยังคงชุ่มชื้นไหม และอย่าให้น้ำขัง
ปุ๋ย: ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักปีละ 2 ครั้ง ถ้าปลูกลงกระถางใส่ปุ๋ยละลายช้า 4 เดือนครั้ง

อัตราการเจริญเติบโต:  ปลูกนอกอาคารสูง 3-4 เมตร แต่ถ้าปลูกภายในร่มสูงประมาณ 2 เมตร เป็นไม้ที่โตเร็ว 

ข้อดี: ปลูกง่าย เป็นไม้ฟอกอากาศ ไม่ค่อยมีโรคพืชมากวน ปลูกในร่มได้

ข้อเสีย: ไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบไม้แบบแตกกอ ปลูกทิ้งไว้นาน ๆ อาจจะทำให้บ้านรก ต้องคอยตัดแต่งต้น

ระยะในการปลูกในดิน:  1 เมตร: 6 ต้น

ระยะปลูกในประถาง: กระถางยาว 1 เมตร กว้าง 20 ซม. ใช้ 6 ต้น

ราคา:
-จั๋งต้นใหญ่สูงประมาณ 2 เมตร และจั๋งต้นเล็กสูงประมาณ 1 เมตร ได้ความหนาตามรูปราคาเมตรละ 1,275 บาท
-กระถางปูนเปลือยขนาด 40×100 พร้อมดินปลูก ราคาเมตรละ 750 บาท (หากปลูกลงดินไม่ต้องนำมาคำนวณ)
-หลิวเลื้อยคลุมดินในกระถางตามภาพใช้ 4 ต้น ราคา 116 บาท (สามารถเปลี่ยนพืชคลุมดินได้ ราคาปรับเปลี่ยนตามชนิดและจำนวน)
-หากต้องการใช้บริการสวนในการปลูกลงดิน ราคาเมตรละ 300 บาท

ต้นจั๋ง (Lady Palm) เป็นอีกหนึ่งไม้ฟอกอากาศยอดนิยมที่อยู่ในตระกูลเดียวกับต้นปาล์ม เป็นพืชที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับทั้งภายในและภายนอกอาคาร จั๋งเป็นต้นไม้ที่จะขึ้นเป็นกอและมีการเจริญเติบโตที่ค่อนข้างช้า สูงได้ประมาณ 3 – 4 เมตรหากไม่มีการตัดแต่ง แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ดูแลง่าย หลายคนจึงมักนำไปปลูกลงกระถางเพื่อใช้วางไว้ตามมุมต่าง ๆ ของบ้าน อีกทั้งยังเป็นพันธุ์ไม้ที่มีความโดดเด่นของใบที่เป็นแฉก ๆ สีเขียวสดอมเหลืองมาบ้างเล็กน้อยและยังมีคุณสมบัติในการดูดสารพิษในอากาศได้ดีมากเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเราจะมาทำความรู้จักกับต้นไม้ชนิดนี้ให้มากขึ้นกัน

ต้นจั๋ง

ข้อมูลทั่วไปของต้นจั๋ง

ชื่อไทย: จั๋ง

ชื่ออื่น ๆ: จั๋งญี่ปุ่น, เท้าสาน, หมากญี่ปุ่น

ชื่ออังกฤษ: lady palm, Bamboo palm.

ชื่อวิทยาศาสตร์: Rhapis excelsa

ตระกูลพืช: PALMAE

ความเป็นมาของต้นจั๋ง

สำหรับความเป็นมาของต้นจั๋งในเว็บไซต์ Floridata.com ได้กล่าวไว้ว่า เป็นไม้พื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดในเขตอบอุ่นแถบตะวันออกเฉียงใต้ของจีนและพบได้ในประเทศญี่ปุ่นแต่ไม่พบบ่อยนัก โดยต่อมาต้นไม้ชนิดนี้ก็ได้รับความนิยมทั่วทวีปอเมริกาเหนือเพราะผู้คนมักจะนำต้นจั๋งมาปลูกในห้างสรรพสินค้า ตกแต่งตามร้านอาหารหรือสำนักงานต่าง ๆ

ในส่วนของความเป็นมาในไทยเดิมทีต้นจั๋งเป็นพืชที่คนแพร่รู้จักกันดีและริเริ่มที่จะนำยอดอ่อนมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน ซึ่งจะมีรสชาติขมเล็กน้อยคล้ายกับหวาย นอกจากนี้ก็ยังนำมาปลูกใส่กระถางและนำมาประดับตกแต่งเพิ่มความสวยงามตามอาคารได้อีกทางหนึ่ง

ต้นจั๋ง

ความเชื่อเรื่องการปลูกต้นจั๋ง

ถ้าใครที่กำลังมองหาต้นไม้ที่เป็นได้ทั้งไม้ฟอกอากาศและไม้มงคล ต้นจั๋ง ถือว่าตอบโจทย์ได้อย่างดี เพราะด้วยความที่เป็นต้นไม้อันมีถิ่นกำเนิดมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ก็ต้องมีเรื่องของความเชื่อตามมาด้วย คนจีนนิยมนำต้นนี้มาปลูกภายในบ้านหรือบริเวณหน้าประตู ด้วยความเชื่อที่ว่าเป็นไม้มงคล เป็นไม้เรียกทรัพย์ ปลูกแล้วจะทำให้ร่ำรวยเงินทอง เจริญยิ่งขึ้นไป ช่วยส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยอยู่ดีมีสุข

ลักษณะโดยทั่วไปของต้นจั๋ง

สำหรับใครที่เริ่มสนใจต้นจั๋งและอยากจะลองซื้อมาปลูกหรือนำมาตกแต่งบ้านแล้ว เดี๋ยวเรามาศึกษากันก่อนว่าต้นไม้ชนิดนี้มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เป็นอย่างไรบ้าง

ลำต้น: ลำต้นจะขึ้นเป็นกอคล้าย ๆ กอไผ่ กอหนึ่งถ้าปลูกในกระถางก็จะอยู่ที่ประมาณ 3 เมตร แต่ถ้าปลูกลงดินต้นอาจจสูงได้ถึง 5 เมตร ลำต้นขนาดเท่าหัวนิ้วโป้งหรืออาจจะใหญ่กว่านั้นเล็กน้อย แต่ใหญ่เต็มที่เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นไม่เกิน 2 นิ้ว

ใบ: ไฮไลท์ของต้นจั๋งก็อยู่ตรงใบ ใบของจั๋งรูปร่างคล้ายพัดที่คลี่ออก ใบย่อยจะแตกออกจากเป็นแฉกๆ ใน 1ใบ จะแตกเป็นใบย่อยได้ถึง 5-10 ใบ ใบและก้านสีเขียวเข้ม เป็นมัน ว่ากันว่าทรงพุ่มที่สวยก็คือ ทรงพุ่มที่คล้ายบอลลูน

ดอก: ออกดอกเป็นช่อ ตามซอกกาบระหว่างก้านใบ เป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศ แบบแยกต้น ดอกเพศเมียจะมีผลติด เป็นพวงสั้น ๆ

สายพันธุ์ของต้นจั๋ง

หลายคนอาจจะเคยเห็นต้นจั๋งมาหลายครั้งแล้ว แต่น้อยคนจะรู้ว่าจั๋งนั้นมีหลายสายพันธุ์มาก ๆ บ้างก็พบได้ในประเทศไทยหรืออาจพบได้ในประเทศใกล้เคียงอย่างจีน ญี่ปุ่นในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลกและยังมีอีกมากกว่า 80 สายพันธุ์ ซึ่งอาจจะมีลักษณะที่คล้ายหรือแตกต่างจากต้นจั๋งของไทยอยู่บ้าง แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ 5 สายพันธุ์ต้นจั๋งที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับกันมากที่สุด มาดูกันว่ามีสายพันธุ์ไหนน่าสนใจบ้าง

ต้นจั๋งไทย
ต้นจั๋งไทย
ต้นจั๋งปราจีน
ต้นจั๋งปราจีน
ต้นจั๋งจีน
ต้นจั๋งจีน

สายพันธุ์ไทย R.Subtilis

ต้นจั๋งไทย จัดเป็นสายพันธุ์ขนาดกลางและเป็นจั๋งที่เราสามารถพบได้บ่อยอยู่แล้ว เมื่อโตเต็มที่มีความสูงประมาณ 1 – 3 เมตร ใบมีขนาดเล็กและแตกออกได้ประมาณ 5 – 12 แฉก ส่วนใหญ่มักจะพบมากในเขตภาคใต้ของไทยและในประเทศมาเลเซีย

สายพันธุ์ปราจีน R.Humilis

ต้นจั๋งปราจีน เป็นต้นจั๋งที่มีลักษณะต้นแบบแคระแกร็นกว่าจั๋งทั่วไปและมีขนาดเล็กมากกว่า ส่วนใหญ่จะนิยมเพาะพันธุ์ขาย หรือปลูกตามแนวรั้วบ้าน สายพันธุ์นี้ปลูกขายกันมากในแถบจังหวัดปราจีนบุรีและสระแก้วเท่านั้น

สายพันธุ์จีน R.Humilis

ต้นจั๋งจีน หรือ Slender Lady Palm เป็นต้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาจั๋งสายพันธุ์ต่าง ๆ ใบจะแตกออกได้มาก 6 – 20 แฉก และมีลักษณะพิเศษคือ ใบเรียวแหลมและอ่อนลู่สวยงาม มีสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำคลุมอยู่ ออกดอกสีขาวครีมที่มีลักษณะเป็นช่ออยู่ระหว่างกาบใบ เมล็ดจะมีสีเขียวอ่อนอมเหลืองแต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยออก

ต้นจั๋งญี่ปุ่น
ต้นจั๋งญี่ปุ่น
ต้นจั๋งลาว
ต้นจั๋งลาว

สายพันธุ์ญี่ปุ่น R.Excelsa

ต้นจั๋งญี่ปุ่น หรือ Lady Palm เป็นต้นจั๋งที่มีขนาดเล็กรองลงมาจากสายพันธุ์จีน เป็นต้นขนาดกลาง เป็นสายพันธุ์ยอดนิยมที่ปลูกกันมาก มีความสูงประมาณ 3 เมตร ใบแตกออกได้มากถึง 4 – 10 แฉก ลักษณะใบจะแข็งและตั้งชู ปลายใบทู่ ไม่ลู่อ่อนเหมือนสายพันธุ์จีน ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบในส่วนปลายยอด ซึ่งดอกตัวผู้กับดอกตัวเมียแยกกันอยู่คนละต้น เมล็ดมีขนาดเล็ก

สายพันธุ์ลาว R.Cochinchinensis

เป็นสายพันธุ์ต้นขนาดเล็ก มีความสูงประมาณ 0.7 – 1 เมตร ส่วนใบนั้นจะแตกออกประมาณ 3 – 5 แฉก ลักษณะใบแข็ง ปลายใบลู่อ่อน 

การขยายพันธุ์ต้นจั๋ง

ในส่วนของใครที่เคยเป็นปลูกต้นจั๋งแล้วอยากจะลองขยายพันธุ์ก็จะมีให้เราสามารถทำได้อยู่ 2 วิธี คือ การเพาะเมล็ดและการแยกหน่อ แต่โดยส่วนใหญ่จะใช้วิธีแยกหน่อเพราะการเพาะเมล็ดถึงแม้ว่าจะมีข้อดีอย่างการที่สามารถเพาะได้ง่าย ทำได้จำนวนมากและอาจมีพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น แต่ข้อเสียที่ทำให้หลายคนไม่เลือกวิธีนี้ คือ มันมีการเจริญเติบโตช้ากว่าการแยกหน่อ อาจต้องใช้ความอดทนสักหน่อยกว่าต้นจะโตเป็นกอใหญ่ ดังนั้น เราจะมาดูกันว่าวิธีการแยกหน่อต้องทำอย่างไรกันบ้าง 

การแยกหน่อ

  1. ให้หาต้นจั๋งที่แตกกอใหญ่ ดูสมบูรณ์เพื่อตัดกอแยกออกมาขยายพันธฺุ์
  2. โดยส่วนใหญ่แล้วต้นจั๋งตะแตกกอเป็นลำ ลำนึงมี 3 –  6 ใบ ให้เราเลือกตัดลำมา 1 ลำให้ติดโคนต้นหรือติดรากมาด้วย
  3. เมื่อได้ต้นพันธุ์แล้วก็ให้นำมาลงกระถาง โดยมีวัสดุรองก้นกระถางเป็นกากมะพร้าวสับ
  4. จากนั้นเติมดินปลูกที่ผ่านการผสมมาแล้ว โดยในดินจะผสมด้วยแกลบ กากมะพร้าวใบก้ามปูบดและปุ๋ยคอก
  5. นำต้นพันธุ์มาลงกระถางแล้วเติมดินลงไปให้เต็มกระถาง พยายามกดอัดดินลงให้แน่นเพื่อไม่ให้ต้นไม้ล้มได้ง่าย
  6. หลังจากอัดดินเสร็จก็ให้โรยปุ๋ยออสโมโค้ท (Osmocote) หรือปุ๋ยละลายช้าสูตร 4 เดือน (ปุ๋ยสูตรเสมอ 13-13-13) เป็นปุ๋ยการบำรุงดินสำหรับคนที่ปลูกไม้ประดับ
  7. ปิดท้ายด้วยการโรยกากมะพร้าวสับอีกรอบ เพื่อให้สามารถรักษาความชุ่มชื้นของหน้ากินไว้ 
  8. รดน้ำให้ชุ่มแล้วรอไปอีก 6 – 8 เดือนหากต้นที่เราขยายพันธุ์ไว้สมบูรณ์ก็จะแตกกอใหม่ออกมาและมีใบใหม่เกิดเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ 

การปลูกและดูแลต้นจั๋งให้สวยงาม

ต้นจั๋ง

แสง

จั๋งเป็นไม้นิสัยง่าย ๆ ให้อยู่กลางแจ้ง กลางแดดก็ไม่เดือนร้อน อ่อนเหี่ยวแห้ง หรือจะส่งให้ไปอยู่ในอาคาร ในร่มก็สบายมาก

น้ำ

น้ำที่พอให้ดินชุ่มชื้น รดรำอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ช่วงเย็น คอยตรวจสอบว่าดินยังคงชุ่มชื้น อย่าให้ขาดน้ำนาน รวมถึงอย่าให้น้ำขังเด็ดขาดเลยด้วย

ดิน

ดินที่ปลูกในกระถางควรมีการผสมวัสดุปลูกจำพวกแกลบหรือกากมะพร้าว เพื่อช่วยเสริมคุณสมบัติในเรื่องการกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในปริมาณที่กำลังดี 

ปุ๋ย

ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักปีละ 2 ครั้งหากปลูกลงดิน แต่หากปลูกในกระถางถ้าไม่อยากวุ่นวายเรื่องปุ๋ยบ่อย ๆ สามารถใส่ปุ๋ยละลายช้าสูตรเสมอได้เลย 4 เดือนครั้ง 

เกร็ดความรู้ในการดูแลต้นจั๋ง
ต้องคอยตัดแต่งกอให้โปร่งเพื่อลดความหนาแน่นของต้น ปลายใบมักจะแห้งหรือเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและต้องหมั่นตัดปลายใบทิ้ง นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ควรรู้ คือ ต้นจั๋ง มีคุณสมบัติเฉพาะอย่างการดูดซึมหรือสะสมเกลือและแร่ธาตุต่าง ๆ ไว้ที่ปลายใบ ทำให้อาจมีอาการที่พบได้บ่อยคือปลายใบแห้งหรือเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ซึ่งถ้าจะให้สวยงามต้องหมั่นใช้กรรไกรขลิบปลายใบออกจะทำให้เพิ่มความสวยงามมากขึ้น

คุณสมบัติและประโยชน์ของต้นจั๋ง

ต้นจั๋ง นอกจากจะเป็นไม้ประดับยอดนิยมจากรุปลักษณ์อันโดดเด่นของมันแล้ว ความสวยงามแปลกตานี้ยังแฝงมาด้วยคุณสมบัติอีกมายมายที่ชวนให้ใครหลายคนอยากหันมาปลูกจั๋งกันสักต้น นั่นก็คือการที่เจ้าต้นนี้สามารถเป็นไม่ฟอกอากาศได้อย่างดี สามารถดูดสารพิษที่ลอยปะปนในอากาศหรือดูดไอระเหยสารตกค้างของสารเคมีประเภทต่าง ๆ ได้อย่าน่าทึ่ง อีกทั้งยังมีความทนทานสภาพอากาศ

ต้นจั๋ง
www.thaigoodview.com43

ประโยชน์ของต้นจั๋ง

  1. ในแง่ของการนำไปใช้ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าต้นจั๋ง เหมาะแก่การนำไปปลูกเป็นไม้ประดับในบ้านตามอาคาร มุมต่าง ๆ ของห้องนอนหรือห้องทำงานของเพื่อช่วยดูดสารพิษหรือมลภาวะในห้องด้วย ยิ่งใครที่ต้องทำงานในห้องที่อากาศไม่ค่อยถ่ายเท ไม่ค่อยได้เปิดหน้าต่างระบายอากาศ การปลูกจั๋งจะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้คุณได้ 
  2. สามารถปลูกต้นจั๋งประดับสวนหลังบ้านหรือปลูกตามแนวรั้วเพื่อเพิ่มความเขียวชะอุ่มให้กับพื้นที่หน้าบ้านของเราได้ อาจจะปลูกเรียงกันเป็นแนวกำแพงพรางสายตาคนได้เพราะทรงพุ่มใบแน่น
  3. น้อยคนจะรู้ว่าต้นจั๋งเป็นพืชที่คนในจังหวัดแพร่นิยมนำยอดอ่อนมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน จะมีรสชาติขมเล็กน้อยคล้ายกับหวาย
  4. ด้วยความที่เป็นไม้ประดับที่หลายคนให้ความสนใจและหลายบ้านนิยมปลูก การเพาะพันธุ์ต้นจั๋งเพื่อสร้างรายได้จึงค่อนข้างได้รับความสนใจ โดยปัจจุบันราคาต้นจั๋งขนาด 60 เซนติเมตรถึง 1 เมตรจะอยู่ที่ 100 – 250 บาท ซึ่งราคาก็จะขึ้นอยู่กับขนาดและความสวยสมบูรณ์ของต้นด้วย

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

Rhapis excelsa, A Floridata Plant Profile

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้