ลูกเนียง ของดีเมืองใต้ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

ชื่อภาษาอังกฤษ

Djenkol Bean

ชื่อวิทยาศาสตร์

Archidendron pauciflorum

ความหมาย

ลำต้นค่อนข้างกลม มีพุ่มใบหนา กิ่งก้านรกทึบและแผ่ออกด้านข้างเล็กน้อย เปลือกไม้เป็นสีน้ำตาลอ่อนผสมเทา ผิวค่อนข้างเรียบเกลี้ยงและมีเนื้อหนา

ความเชื่อ

ลูกเนียง ภาษาอังกฤษ Djenkol Bean

ลูกเนียง ชื่อวิทยาศาสตร์ Archidendron pauciflorum

ลูกเนียง เป็นไม้ยืนต้นที่พบมากทางภาคใต้ จัดว่าเป็นพันธุ์ไม้พื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กับสะตอที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ผลลูกเนียงจะมีลักษณะคล้ายเมล็ดถั่ว 2 ฝาประกบกัน ส่วนนี้เองที่นิยมนำมาทานแบบผักสด โดยเลือกเอาเฉพาะผลอ่อนซึ่งมีเนื้อกรอบมัน หรือไม่ก็นำลูกเนียงไปเพาะให้มีต้นอ่อนงอกออกมาคล้ายถั่วงอก แบบนี้จะเรียกกันว่า “ลูกเหนียงหมาน” ซึ่งก็ให้รสชาติที่อร่อยไปอีกแบบ หลายคนที่อยากลิ้มรสอาหารใต้แต่รู้สึกว่าสะตอมีกลิ่นและรสสัมผัสที่แรงเกินไป ลูกเนียงก็จะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีกว่า

ลูกเนียง ภาษาอังกฤษ
www.sanook.com

ความเชื่อเกี่ยวกับต้นลูกเนียง

นอกจากต้นลูกเนียงจะเป็นพืชท้องถิ่นของชาวใต้แล้ว ผลลูกเนียงก็ยังมีความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมประเพณีที่สำคัญของชาวใต้อีกด้วย นั่นก็คือประเพณีวันสารทเดือนสิบ เป็นงานบุญที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน มีพิธีกรรมที่สื่อถึงความกตัญญูต่อพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ที่ล่วงลับไปแล้ว มีความเชื่อเกี่ยวกับผีสางและเวรกรรมรวมอยู่ในเทศกาลนี้ค่อนข้างมาก ชาวบ้านจะเรียกวันนี้ว่าวันชิงเปรต มีทั้งข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติหลายอย่าง ทั้งยังมีความแตกต่างกันไปตามความเชื่อของแต่ละครอบครัวอีกด้วย ลูกเนียงจะเป็นของที่ต้องอยู่ในสำรับหลักตรงชั้นที่ 2 ซึ่งเป็นชั้นรวมของพืชผลที่เก็บรักษาได้นาน ตัวอย่างของพืชชนิดอื่นที่นิยมใส่รวมกันในชั้นนี้ได้แก่ อ้อย ข้าวโพด สะตอ หัวมัน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการนำลูกเนียงมาทำเป็นขนมหวานเพื่อใช้ร่วมในงานบุญนี้ด้วย

ลักษณะของต้นลูกเนียง

  • ลักษณะของลำต้น เส้นรอบวงลำต้นค่อนข้างกลม มีพุ่มใบหนา กิ่งก้านรกทึบและแผ่ออกด้านข้างเล็กน้อย เปลือกไม้เป็นสีน้ำตาลอ่อนผสมเทา ผิวค่อนข้างเรียบเกลี้ยงและมีเนื้อหนา
  • ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยเป็นทรงวงรีที่มีส่วนปลายเรียวแหลม ผิวเรียบเป็นมันเงาและมีสีเขียวเข้ม ส่วนใบบริเวณยอดอ่อนจะเป็นสีส้มแดง
  • ดอก ดอกย่อยมีขนาดค่อนข้างเล็ก เป็นขนปุยสีขาวนวล อยู่รวมกันเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด
  • ผล ผลจะเป็นฝักแบนที่ทำเกลียวไปทางทิศเดียวกัน ฝักอ่อนมีสีเขียวสดและจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่จัด ด้านในมีเมล็ดไม่เกิน 20 เมล็ดต่อฝัก เมล็ดเป็นทรงกลมป้อม มีเปลือกแข็งสีน้ำตาลหุ้มอีกชั้นหนึ่ง
ลักษณะของต้นลูกเนียง
www.technologychaoban.com

สายพันธุ์ยอดนิยม

ลูกเนียงเป็นพืชพื้นเมืองของทางภาคใต้ที่มีหลากหลายชนิด แต่ที่นิยมทานกันก็จะมีสายพันธุ์ที่น่าสนใจดังนี้

  1. ลูกเนียงดาน เป็นพันธุ์ที่มีการเพาะปลูกและบริโภคกันมากที่สุด ฝักทรงแบนและหมุนเป็นเกลียว เนื้อกรอบ รสชาติมัน
  2. ลูกเนียงนก เป็นสายพันธุ์ที่มีกลิ่นค่อนข้างแรง คล้ายกับสะตอ ฝักเป็นทรงกระบอกกลม เมล็ดแก่จัดจะมีเปลือกสีน้ำตาลดำ ออกผลเพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้น
  3. ลูกเนียงข้าว ลักษณะโดยรวมจะคล้ายกับลูกเนียงดาน แต่มีขนาดเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด

วิธีการปลูก

เริ่มจากการนำผลลูกเนียงที่แก่จัดมาเพาะในดินร่วน รดน้ำจนชุ่มแล้ววางไว้ในที่ร่มหรือแดดรำไร ไม่นานเมล็ดก็จะแตกหน่อ ให้รอจนต้นกล้าสูงได้ประมาณ 30 เซนติเมตรเสียก่อนค่อยนำลงแปลงปลูก ลักษณะของแปลงปลูกจะต้องเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์และระบายน้ำเร็ว ให้ขุดหลุมห่างกันด้านละ 8 เมตรเป็นอย่างน้อย รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกผสมดินร่วน เมื่อนำต้นกล้าลงปลูกเรียบร้อยแล้วให้กลบดินรอบโคนต้นเป็นเนินต่ำ รดน้ำพรวนดินอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ต้องใส่ปุ๋ยเพิ่มอีกจนกว่าต้นเนียงจะมีอายุมากกว่า 1 ปี ระหว่างนี้ให้คอยตัดแต่งกิ่งเพื่อไม่ให้ต้นสูงหรือมีพุ่มใบหนาเกินไป จะช่วยให้ออกผลผลิตได้ดีขึ้น

วิธีการดูแลรักษา

  • แสง ต้องการแดดจัดตลอดทั้งวัน จึงต้องปลูกกลางแจ้งเท่านั้น
  • น้ำ ควรรดน้ำเป็นประจำทุกวัน แต่ต้องระวังไม่ให้น้ำท่วมขัง
  • ดิน เติบโตได้ดีในดินร่วนและดินร่วนปนทราย สำคัญคือต้องระบายน้ำได้ดี
  • ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตรา 10 กรัมต่อต้น หลังจากต้นกล้าอายุเกิน 1 ปี จากนั้นให้บำรุงต่อเนื่องปีละ 1-2 ครั้ง
การปลูกต้นเนียง

คุณประโยชน์ที่ได้จากต้นลูกเนียง

  1. ผล ผลอ่อนสามารถทานแบบสดๆ เป็นเครื่องเคียงกับอาหารรสจัด ทำลูกเนียงดอง หรือทำเป็นขนมที่ต้มกับมะพร้าวก็ได้ ในผลมีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ดีต่อการป้องกันโรคเบาหวานและช่วยบรรเทาโรคผิวหนังบางชนิดได้ หากทานในปริมาณที่พอเหมาะจะมีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะด้วย
  2. ใบ ใช้ใบสดบดละเอียดเพื่อพอกผิว ช่วยแก้โรคผิวหนังบางชนิดได้ดี เช่น ผดผื่นคัน ผิวอักเสบแดง เป็นต้น
  3. เปลือกหุ้มเมล็ด ใช้ต้มร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ดื่มเป็นประจำเพื่อบรรเทาอาการของโรคเบาหวานได้

กรดเจงโคลิค สารพิษในลูกเนียงที่อันตรายถึงตายได้

ต่อให้รสชาติจะอร่อยถูกปากสักแค่ไหน การทานลูกเนียงในปริมาณมากหรือเลือกทานผิดสายพันธุ์ ก็อาจทำให้เกิดอันตรายถึงตายได้ ตัวการสำคัญก็คือกรดเจงลิคซึ่งเป็นกรดที่มีกำมะถันสูงโดยธรรมชาติ และกรดนี้ยังมีค่าความเข้มข้นต่างกันไปในแต่ละสายพันธุ์ด้วย อาการที่พบได้บ่อยคือปวดหน่วงในท้อง ปัสสาวะไม่ได้หรือปัสสาวะเป็นตะกอนขุ่น บ้างก็มีเลือดปะปน มีอาการไตวายเฉียบพลัน บางคนมีไข้ต่ำและความดันโลหิตสูง หากได้รับพิษในปริมาณมากระบบร่างกายก็จะล้มเหลวภายใน 3-4 วัน ดังนั้นคนที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับไตอยู่แล้วควรหลีกเลี่ยง ส่วนคนที่สุขภาพแข็งแรงดีก็ควรทานแต่น้อย ทางกรมควบคุมโรคได้แนะนำวิธีทานลูกเนียงที่จะช่วยลดพิษได้บางส่วนเอาไว้ว่า ให้ต้มลูกเนียงจนสุกหรือหั่นบางแล้วตากแดดจนแห้งก่อนทาน แต่ก็ยังอยู่บนพื้นฐานว่าควรทานแต่น้อยอยู่ดี

ลูกเนียง สรรพคุณ
blog.arda.or.th

แหล่งที่มา

https://www.arda.or.th

http://srdi.yru.ac.th

อยากให้มีเนื้อหาเรื่องอะไรเพิ่มเติม หรือมีความคิดเห็นอย่างไร เชิญคอมเม้นท์ไว้ได้เลยครับ