กระชาย ภาษาอังกฤษ : Fingerroot หรือ Chinese’s Ginger
กระชาย ชื่อวิทยาศาสตร์ Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. จัดอยู่ในวงศ์ขิง (ZINGIBERACEAE)
กระชาย ลักษณะเป็นพืชสมุนไพรที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดีและนิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร อย่างเช่น น้ำยาป่า หรือแกงป่าที่จะต้องมีกระชายเป็นเครื่องปรุง ซึ่งส่วนที่นิยมนำมาใช้ในการปรุงอาหารมากที่สุดก็คือ ราก หรือหลายคนมักจะเรียกกันว่า “นมกระชาย” ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากรากของกระชายนั้นมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และคุณสมบัติในเรื่องของการช่วยดับกลิ่นคาวได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะเนื้อสัตว์เนื้อปลา นอกจากกระชายนำมาใช้ในการปรุงอาหารแล้วยังสามารถที่จะใช้เป็นตัวยาได้ด้วย เช่น น้ำกระชาย
สายพันธ์ุของกระชายทั้งสามชนิด
กระชายดำ
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ชื่อวิทยาศาสตร์ Kaempferia parviflora (KP) หรือว่านกำบัง จัดว่าเป็นไม้ล้มลุก มีลักษณะของลำต้นที่จะมีปุ่มปม ลักษณะคล้ายกระชาย แต่เนื้อในหัวของกระชายจะเป็นสีม่วง ซึ่งเมื่อแก่สีภายในหัวก็จะเข้มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนผิวด้านนอกของกระชายดำจะเป็นสีเหลือง ใบเดี่ยว มีการแทงขึ้นมาจากหัวใต้ดิน ดอกช่อจะออกที่ปลายยอด สีขาวแต้มชมพู หลายคนอาจเคยได้ยินกระชายดำ สรรพคุณเป็นสมุนไพรไทยขึ้นชื่อด้านเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง เพิ่มสมรรถภาพเพศชาย อีกทั้งอาจรักษาป้องกันโรคบางชนิดได้
กระชายแดง
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Boesenbergia Sp. เป็นกระชายที่สามารถพบได้ทุกภาค ลักษณะของต้นจะเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีมีเหง้าอยู่ใต้ดิน มีกาบใบซ้อนกันหลายชั้นมีสีน้ำตาลแดง ใบเดียวเรียงสลับ รูปไข่ค่อนข้างยาว ส่วนดอกจะเป็นช่อออกแทรกอยู่ระหว่างกาบใบโคนต้น กลีบดอกสีชมพู ผลแก่มี 3 พู มีเมล็ดอยู่ภายใน
กระชายขาว
มีชื่อวิทยาศาสตร์ Boesenbergia pandurata Holtt. กระชายเป็นพืชที่มีลำต้นต้นใต้ดินสีออกเหลือง หรือน้ำตาลอ่อน ส่วนภายในเนื้อจะมีสีชาว หรือเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ลักษณะใบเป็นแบบเรียงเดี่ยว ใบวงรียาว คล้ายใบตองขนาดเล็ก ดอกเป็นสีชมพูอ่อน กลีบดอกมีลักษณะเป็นรูปหอก
ซึ่งสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยม จะเป็นกระชายเหลืองและกระชายดำ แต่หากพูดถึงในเรื่องของสรรพคุณยากระชายเหลืองมีสรรพคุณทางยาดีที่สุด
วิธีการปลูก
การเตรียมดิน
ในการปลูกกระชายนั้น เริ่มต้นจากเราจะต้องทำการเตรียมดินให้ร่วนซุย ก่อนที่จะทำการปลูก เพราะเมื่อไรก็ตามที่ดินสามารถที่จะระบายน้ำได้ดี ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องยกร่อง โดยต้องบอกว่าสำหรับกระชายนั้นสามารถที่จะขึ้นได้ดีกับดินทุกชนิด แต่จะต้องมีการระบายน้ำที่ดีไม่เกิดการท่วมขัง เพราะฉะนั้นแล้วช่วยที่ควรเตรียมดินในการปลูกควรที่จะเตรียมดินตอนต้นฤดูฝน และทำการยกร่องปลูกเอาไว้ ที่จะต้องระยะห่างระหว่างแถว 75 ซม. ระหว่างต้น 30 ซม. สำหรับช่วงเวลาในการปลูกราชายดีที่สุด คือ ช่วงฤดูฝนปลายเดือน เมษายน-พฤษภาคม จากนั้นรอให้กระชายเติบโตแล้วทำการเก็บหัวในช่วงฤดูหนาว คือ ในช่วงระยะเวลาปลายเดือน ธันวาคม-มกราคม
การเตรียมเหง้าพันธุ์กระชาย
ในการปลูกควรที่จะทำการคัดเลือกหัวพันธุ์ที่มีอายุ 7-9 เดือนและจะต้องมีตาสมบูรณ์ เพื่อที่ว่าจะไม่มีโรคแมลงมาทำลาย จากนั้นให้ทำการแบ่งหัวพันธุ์ด้วยการหั่น ซึ่งขนาดของเหง้ากระชายควรมีตาอย่างน้อย 3-5 ตาและมีน้ำหนัก 15-50 กรัม เมื่อได้มาแล้วให้ทำการนำไปแช่ด้วยสารเคมี เพื่อป้องกันและกำจัดแมลง มาลาไธออน หรือคลอไพรีฟอส 1-2 ชั่วโมง ตามอัตราคำแนะนำ และสุดท้ายเมื่อแช่แล้วให้ทำการชุบท่อนพันธุ์ด้วยสารเคมีป้องกัน กำจัดเชื้อราก่อนปลูกอีกครั้ง
การปลูกกระชาย
ในการปลูกควรที่จะทำการปลูกด้วยการเว้นระยะระหว่างต้น และระหว่างแถว 30×30 ซม. ส่วนหลุมที่ใช้ในการปลูกควรที่จะมีขนาดกว้าง x ยาว x ลึก 15x15x15 ซม. ทำการใส่ปุ๋ยคอกในการรองก้นหลุมก่อนประมาณ 200 กรัม จากนั้นให้นำหัวพันธุ์ที่เตรียมไว้ลงปลูก แล้วทำการกลบดินหนาประมาณ 5 ซม. และสุดท้ายให้ทำการคลุมแปลงด้วยฟางหรือหญ้าคาหน้า หนาประมาณ 2 นิ้ว ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันในเรื่องของการงอกของวัชพืชและการรักษาความชื้นในดิน ในระหว่างการเติบโตจะต้องรดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ
การใส่ปุ๋ยและกำจัดวัชพืช
เมื่อไรก็ตามที่กระชายงอก ยาวประมาณ 5-10 ซม. ให้ทำการกำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยแอมโมเนียซัลเฟตทันที ในอัตราส่วน 50 กก. / ไร่ และให้ใช้ยากำจัดวัชพืชครั้งที่ 2 หลังจากที่ทำการพรวนดินกลบโคนแถว
ประโยชน์และสรรพคุณของกระชาย
สำหรับกระชาย สรรพคุณ ถือว่าเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณมากและขึ้นมากมากนวงการแพทย์แผนไทยว่าเป็น “โสมไทย” ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากกระชายกับโสมมีความคล้ายคลึงในเรื่องของสรรพคุณหลายๆด้าน ประโยชน์ของกระชายมีดังต่อไปนี้
- ช่วยบำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะหัวกระชาย
- ใบช่วยในเรื่องของการบำรุงธาตุในร่างกาย
- กระชายเหลืองมีสรรพคุณช่วยในเรื่องของการแก้ลมวิงเวียน แน่นหน้าอก
- เหง้าใต้ดิน มีสรรพคุณช่วยในเรื่องของการบำรุงกำลัง เสริมสมรรถภาพทางเพศ บำบัดโรคนกเขาไม่ขันหรือโรคอีดี (Erectile Dysfunctional หรือ ED)
- เหง้าและรากของกระชาย เมื่อนำไปปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นให้ทำการหั่นตากแห้งแล้วบดจนเป็นผงช่วย นำมาผสมน้ำดื่ม ช่วยในเรื่องของการบำรุงหัวใจ
- ช่วยบำรุงกระดูก ช่วยทำให้กระดูกของเราไม่เปราะบาง ช่วยในเรื่องของการปรับสมดุลของฮอร์โมน
- เหง้าใต้ดิน ช่วยในเรื่องของการบำรุงกำหนัด แก้อาการกามตายด้าน
- ช่วยในเรื่องของการปรับสมดุลของความดันโลหิตในร่างกาย ที่สำคัญยังสามารถช่วยในเรื่องของการลดความดันโลหิตเมื่อความดันโลหิตสูงได้เป็นอย่างดี
- ใบของกระชายมีสรรพคุณกระชายช่วยแก้โลหิตเป็นพิษ
- ช่วยทำให้เส้นผมกลับมาแข็งแรง สามารถที่จะเปลี่ยนผมขาวให้กลับเป็นดำ ทำให้คนที่มีผมบางกลับมาหนาขึ้น ที่สำคัญยังช่วยแก้ปัญหาผมหงอก ผมร่วงได้
- รากของกระชาย สามารถที่จะนำมาใช้เป็นเครื่องแกงในการประกอบอาหาร ที่สามารถช่วยในเรื่องของการดับกลิ่นคาวของเนื้อและปลาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล่นคาวของเนื้อปลาดุก ปลาไหล ปลากุลา เป็นต้น ดังนั้นจึงทำให้เห็นว่าหลายๆเมนูจะมีกระชายเป็นส่วนประกอบ นอกจากนี้แล้วกระชายยังทำให้อาหารมีกลิ่นและทำให้มีรสที่หอมแบบเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย
- รากกระชาย สามารถนำมาใช้ในการไล่แมลงได้ ซึ่งวิธีการง่ายๆก็คือ ให้นำเอาหอมแดง ตะไคร้ ใบสะเดาแก่ ข่า นำมาตำรวมกัน จากนั้นให้นำไปผสมน้ำแล้วนำไปฉีดในบริเวณที่มีแมลงรบกวน
ทั้งหมดนี้คือ สรรพคุณและคุณประโยชน์ของกระชาย ที่ทางการวงการแพทย์แผนไทยยกให้เป็น “โสมไทย” เพราะสรรพคุณและคุณประโยชน์นั้นมีมาก.
ที่มา
http://www.thaicrudedrug.com
https://www.doctor.or.th