ใบโอบะหรือใบชิโสะ ผักใบสวยประดับจาน มีลักษณะ และวิธีปลูกยังไง

ใบโอบะหรือใบชิโสะ (Shiso) ใบผักสวนครัวที่ทุกคนคงเห็นผ่านตา โดยเฉพาะคนที่ชอบกินอาหาร หรือของหวานญี่ปุ่นมักจะเจอใบโอบะประดับอยู่มุมจานหรือเป็นผักรองจาน มีลักษณะเป็นใบไม้สีเขียวสดรูปสามเหลี่ยมขอบใบหยักๆ รูปทรงแปลกตาที่แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จักอาจจะสงสัยอยู่บ้างว่า ทำไมต้องเป็นใบโอบะ ทำไมไม่ใช้ใบหรือผักอย่างอื่น แล้วแท้จริงแล้วมันกินได้ไหมแล้ว แท้จริงแล้วใบโอบะหรือชิโสะมีแต่สีเขียวจริงหรือ

ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : Mike’s Garden
ในปัจจุบันต้นโอบะหรือชิโสะ นับว่าเป็นผักสวนครัวกิ่งสมุนไพรที่ชาวญี่ปุ่นนิยมมีไว้ติดบ้าน ไม่ว่าจะปลูกไว้หน้าบ้าน ในสวน หรือในตู้เย็น ใบโอบะสามารถเอามาทำอาหารได้หลากหลาย และยังมีสรรพคุณเป็นยาได้ คนไทยในปัจจุบันมักเคยชินกับใบโอบะหรือชิโสะที่เป็นสีเขียว (Green Shiso) แต่รู้ไหมว่าใบชิโสะก็มีสีแดงเช่นกัน นั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก 

ดังนั้นวันนี้ kaset.today จึงอยากจะนำข้อมูลดีเกี่ยวกับลักษณะ สายพันธุ์ วิธีการปลูกการดูแลยังไงให้เจริญเติบโต และการนำไปปรุงอาหารของใบโอบะหรือชิโสะ

ข้อมูลทั่วไปของ ใบโอบะหรือใบชิโสะ

ชื่อภาษาอังกฤษ : Shiso Perilla

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Perilla fructescens (Linn.) Britt

ชื่อวงศ์ : Lamiaceae อยู่ในกลุ่มเดียวกับพวก กระเพรา โหระพา

ชื่อท้องถิ่น : งาขี้ม้อน งาพื้นเมือง งาหอม งาดอย งาม่อน(ไทย) งาเจียง (ลาว) Perilla (อิตาลี โปรตุเกส สเปน รัสเซีย) งาป่า (อังกฤษ เยอรมนีฝรั่งเศส) ไบซูเกง (จีน) เตียโต๋ (เวียดนาม) ชิโสะ (ญี่ปุ่น) steak plant (สหรัฐอเมริกา) และชาวกะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอนเรียกว่า นอ


แหล่งปลูกหรือพบ ใบโอบะหรือใบชิโสะ

โดยปกติแล้วใบโอบะหรือชิโสะสามารถปลูกในฤดูร้อนอุณหภูมิประมาณ 20-35 องศาเซลเซียสสำหรับในภาคเหนือ เราจะสามารถพบได้ตามดอนเชิงเขา ทั้งที่อาจขึ้นเอง หรือชาวบ้านนิยมมาปลูกบริเวณนั้น แต่ในภาคอื่นของประเทศไทยก็สามารถปลูกได้เช่นกัน มักจะพบการปลูกในโรงเรือนที่มีการควบคุมอุณหภูมิ หรือสวนขนาดใหญ่ และยังสามารถปลูกในกระถางหากคุณมีพื้นที่น้อย


ลักษณะใบโอบะหรือใบชิโสะ

  • ลำต้น

ลำต้นตั้งตรง มีความสูงของต้นประมาณ 1-2 เมตร แตกกิ่งก้านสาขา ต้นมีกลิ่นหอม เป็นสันสี่เหลี่ยมมน ๆ และระหว่างเหลี่ยมเป็นร่องตามยาว มีขนยาวละเอียดสีขาวขึ้นปกคลุมอยู่หนาแน่น เมื่อโตเต็มที่โคนต้นจะเกลี้ยง โคนต้นและโคนกิ่งจะแข็ง

ใบโอบะหรือใบชิโสะ

credit : I am shufu
  • ใบ

ใบเป็นใบเดี่ยว ใบมีความกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 6-10 เซนติเมตร ใบเป็นสีเขียวอ่อน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ถึงรูปไข่กว้าง หรือรูปกลม ปลายใบเรียวแหลมหรือแหลมเป็นติ่งยาว โคนใบกลม ป้าน หรือตัด ส่วนขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ท้องใบมีสีอ่อนกว่าหลังใบ แผ่นใบมีขนนุ่มสีขาวทั้งสองด้าน ตามเส้นใบมีขนอยู่หนาแน่น ท้องใบมีต่อมน้ำมัน ส่วนก้านใบยาวประมาณ 10-45 มิลลิเมตร และมีขนยาวขึ้นหนาแน่น

ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : Amkha Seed
  • ดอก

จะมีลักษณะคล้ายกับดอกขอต้นโหระพา คือมีดอกเป็นช่อกระจายตามง่ามใบและที่ปลายกิ่ง ช่อจะยาวประมาณ 3-4 มิลลิเมตร และไม่มีก้าน เป็นทรงกรวย ส่วนปลายเรียวแหลม

ดอกย่อยมีขนาดเล็กมีขนสีขาวขึ้นปกคลุมอยู่กลีบดอกเป็นสีขาวเชื่อมติดกันเป็นหลอดทรงกระบอก ยาวประมาณ 3-4 มิลลิเมตร ด้านนอกกลีบดอกมีขน ส่วนด้านในมีขนเรียงเป็นวงอยู่กึ่งกลางหลอด ปากบนปลายมีลักษณะเว้าเล็กน้อย ส่วนกลีบเลี้ยงดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็นแฉกแหลม 5 แฉก แฉกกลางด้านบนจะสั้นกว่าแฉกอื่น ๆ มีเส้นตามยาว 10 เส้น ด้านนอกมีขนและมีต่อมน้ำมัน ส่วนด้านในมีขนยาวเรียงเป็นวงรอบปากหลอด เมื่อดอกเจริญไปเป็นผลแล้ว กลีบเลี้ยงจะมีขนาดใหญ่ขึ้น

ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : technologychaoban
ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : medthai
ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : flickr.com
  • ผล

ผลของต้องชิโสะมีลักษณะเป็นรูปไข่กลับขนาดเล็ก มีความยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร ผลมีลักษณะแข็งเป็นสีน้ำตาลหรือสีเทาและมีลายเป็นรูปตาข่าย ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก ภายในผลมีเมล็ดขนาดเล็กสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม ทั้งนี้ในประเทศไทยสามารถพบใบชิโสะ หรือ ต้นงาขี้ม้อน มีทั้งหมด 130 สายพันธุ์ นั้นทำให้เมล็ดมีทั้งขนาดใหญ่และเล็กไม่เท่ากัน

ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : medthai
ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : medthai
  • เมล็ด

มีลักษณะกลมเมล็ดจะในดอกย่อยแต่ละดอกมีเมล็ดอยู่ 1-4 เมล็ด มีขนาดเล็กลักษณะกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 มิลลิเมตร มีสีที่ต่างกัน เป็นลายตั้งแต่สีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม สีน้ำตาลอ่อน สีน้ำตาลไหม้ สีเทาเข้ม สีเทาอ่อนไปจนถึงสีขาว และมีลายเป็นรูปตาข่าย น้ำหนักเมล็ดประมาณ 4 กรัม ต่อ 1,000 เมล็ด

ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : ผลการเสริมกากงาม้อนในอาหารไก่เล็กฮอร์นต่อคุณค่าทางโภชนะและสมรรถภาพการผลิตไข่ (เมล็ด)

ใบโอบะหรือใบชิโสะมีกี่สี

เราเชื่อว่าคุณคงคุณเคยกับใบโอบะหรือชิโสะใบสีเขียว ที่ถูกวางประดับไว้ในจานอาหารญี่ปุ่น แต่ในปัจจุบันเราจะเห็นว่าเริ่มมีใบโอบะหรือชิโสะที่มี “สีแดง” และเริ่มเป็นที่นิยมในหมู่คนรักสุขภาพมากขึ้นเรื่อยๆ เรามาทำความรู้จักกัน

ใบโอบะหรือใบชิโสะสีเขียว

ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : kerneliv.dk

ใบโอบะหรือใบชิโสะสีแดง

ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : NNNurseryFL
เกร็ดความรู้ !

เนื่องจากใบโอบะหรือใบชิโสะที่สามารถปลูกได้หลากหลายที่ ทำให้เกิดความสับสนกันเล็กน้อย หากคุณไปเจอใบชิโสะที่ขอบฟันปลามนไม่แหลมมาก และใบขยายด้านข้างมาก ขอให้รู้ว่านั้นเป็นใบชิโสะที่คนเกาหลีนิยมกิน

แต่ถ้าขอบไปเป็นฟันปลาที่แหลมมากๆ และรูปใบเป็นวงรี มีขนาดเล็กกว่า นั้นแปลวว่าใบชิโสะนั้นคนญี่ปุ่นนิยมกิน ทั้งนี้เพราะแต่ละประเทศมีการนิยมที่ไม่เหมือนกัน แต่ในปัจจุบันไม่ว่าจะใบเล็กหรือใบใหญ่ ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีต่างก็นิยมทั้งสองแบบ

การขยายพันธุ์ต้นใบโอบะหรือใบชิโสะ

ใจปัจจุบัน ต้นใบโอบะหรือใบชิโสะนั้นนิยมขยายพันธุ์โดยการ เพาะเมล็ดและการปักชำ ซึ่งทั้งสองวิธีต่างให้ผลลัพธ์ไม่ต่างกัน เพราะเมื่อต้นและรากงอกแล้ว ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับการดูแลต้นและใบ แต่การใช้เมล็ดก็มีข้อดีอย่างหนึ่งคือ ต้นจะมีอายุที่นานกว่าการปักชำ แต่ก็ไม่มากแต่ก็ถือว่าตายช้ากว่า เพราะใบโอบะเป็นไม้ล้มลุก


การปลูกและการดูแลใบโอบะหรือใบชิโสะ

การปลูก

  • จากการที่เราได้ไปศึกษาจาก SasahzSurprise จึงได้ข้อสรุปว่า เมื่อได้เมล็ดมาให้นำแช่น้ำอุ่น 1 คืน เมื่อผ่านไปหนึ่งคืนน้ำที่แช่จะมีสีน้ำตาลอ่อนๆ เลือกเอาเมล็ดที่จมน้ำ ส่วนเมล็ดที่ลอยก็เอาทิ้งไป
ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : SasahzSurprise
  • หาภาชนะที่มีฝาปิด แล้วนำทิชชูไปชุบน้ำแล้ววางลงไปในภาชนะ และนำเมล็ดใบโอบะหรือชิโสะวางลงไป กระจายเมล็ดให้ทั่วถึงกัน ไม่อัดแน่นจนเกินไป และปิดฝาเพื่อบ่มไว้ ทิ้งในที่ร่มหรือแดดรำไร ประมาณ 1-3 วัน
ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : SasahzSurprise
ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : SasahzSurprise
  • ผ่านไป 1-3 วัน จะมีรากงอกจากเมล็ด เราจะนำไปลงปลูกต่อในดิน แนะนำให้เป็นดินร่วนปนทราย หรือจะเปลี่ยนเป็นขุยมะพร้าวก็ได้แล้วรดน้ำให้ชุ่มๆก่อนนำเมล็ดลงดิน
ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : SasahzSurprise
ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : SasahzSurprise
ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : SasahzSurprise
  • เมื่อลงเมล็ดเรียบร้อย ให้นำทรายละเอียดมาโรยหน้าไว้บางๆ แล้วรดน้ำให้ชุ่ม รอจนกล้างอก
ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : SasahzSurprise
ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : SasahzSurprise
ใบโอบะหรือใบชิโสะ
credit : SasahzSurprise
  • พอต้นกล้าอายุประมาณ 1-2 เดือน จึงถอนต้นกล้าไปปลูกลงแปลง การปลูกต้นโอบะ มีระยะเวลาปลูกประมาณ 50-60 วัน จะเริ่มเก็บใบ และจะมีอายุการเก็บได้ประมาณ 4-5 เดือน จากนั้นตัดแต่งกิ่งหรือปลูกใหม่ เพราะต้นโอบะถือว่าเป็นไม้ล้มลุก

การดูแล

  • แสงแดด

แสงประมาณ 60% ไม่ควรอยู่ในพื้นที่มีแสงจ้าจนเกินไป หรือสามารถปลูกได้ในที่ที่มีแดดรำไร

  • น้ำ

ให้น้ำวันละ 1 ครั้ง หรือถ้าอากาศร้อนมากจนดินแห้งมากเกินไปก็รดเช้า-เย็น แต่ควรรดก่อน 5 โมงเย็น

  • ดิน

ดินที่เหมาะสมจะปลูกต้นโอบะนั้นควรเป็นดินร่วนซุย หรือดินร่วนปนทราย สามารถระบายน้ำได้ดี (เอากรวดหรือเศษไม้ใบแห้งรองก้นกระถาง)

  • ปุ๋ย

สำหรับการให้ปุ๋ยจะเป็นปุ๋ยที่ละลายน้ำ หรือน้ำหมักชีวภาพ ฉีดรดต้นเพื่อบำรุงต้นและใบสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สามารถใช้เป็นผงสาหร่ายละลายน้ำก็ได้ หรือจะใส่ปุ๋ยคอกรอบๆโดยห่างจากโคนต้นเล็กน้อย แล้วกวนหน้าดินให้ร่วนซุยให้ปุ๋ยคอกที่โรยลงไปคลุกเคล้ากับดิน แล้วรดน้ำทันที

เกร็ดความรู้ ! ถ้าอยากให้ต้นโตไว้ใบใหญ่ !

เคล็บลับง่ายๆในการทำให้ต้นหรือใบโอบะหรือใบชิโสะ มีพุ้มสวน ต้นใหญ่ ใบโต ยอดแตกเยอะง่ายนิดเดี่ยวคือ ตัด! ตัด! ตัด! ยิ่งตัดยอดบ่อยก็ยิ่งทำให้มีการแยกใบใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ ฉีดพ้นน้ำหมักสมุนไพรหรือใส่ปุ๋ยคอก ก็จะทำให้ต้นโตไว

ควรเล็บใบบริเวณโคนที่แก่จัดออก ทำให้ต้นโปร่งมีลมพัดสะดวก จะช่วยในการเลี่ยงกับโรคที่จะเกิดได้ดี 

คุณประโยชน์ที่ได้จากใบโอบะหรือใบชิโสะ

ต้นโอบะหรือต้นชิโซะเป็นพืชที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน และมีคุณค่าทางโภชนาการที่ให้วิตามินเอ บี ซี และกลิ่นเฉพาะนี้เองที่ช่วยดับคาวของอาหารทะเลหรือใบนำมาประกอบอาหาร หรือใช้ประดับจานอาหารประเภทปลาดิบ ในประเทศเกาหลีเมล็ดของต้นชิโซะยังใช้ทำน้ำมันประกอบอาหาร ต้นชิโซะนั้นมีหลายพันธุ์ เช่น Green Shiso และ Red Shiso เป็นต้น

ใบโอบะหรือชิโสะมีกรดไขมันโอเมก้า-3 หรือ กรดแอลฟาลิโนเลนิก (ALA) สูงมากถึงร้อยละ 75 ของไขมันทั้งหมด และโอเมก้า-6 หรือกรดลิโนเลอิก (LA) ประมาณร้อยละ 15 ซึ้ง โดยมีการวิจัยและพบว่าสารทั้งสองชนิดเป็นกรดไขมันชนิดจำเป็นต่อร่างกาย จากงานวิจัยยังพบอีกว่า น้ำมันงาม้อนมีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า-3 สูงกว่าน้ำมันจากพืชทุกชนิด และสูงกว่าน้ำมันปลาประมาณ 2-3 เท่า อีกทั้งยังมีราคาไม่แพงอีกด้วยแค่นี้ ก็ทำให้เหล่าคนรักสุขภาพต้องรีบไปหาเก็บไปในครัวที่บ้านแล้ว

และยังมีงานวิจัยหลายตัวในประเทศไทยที่มีการวิจัยเกี่ยวกับประโยชน์ของใบโอบะหรือชิโสะ แต่ภาษาไทยคืองาม้อน อย่างเช่นงานวิจัยชิ้นนี้ ผลการเสริมกากงาม้อนในอาหารไก่เล็กฮอร์นต่อคุณค่าทางโภชนะและสมรรถภาพการผลิตไข่

สรรพคุณของใบโอบะหรือใบชิโสะ

  • โอบะ (ชิโซะ) มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง กรดนี้ช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอลไม่ให้มีมากเกินไป
  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยควบคุมระดับคอเลสตอรอลไม่ให้มีมากจนเกินไป ช่วยป้องกันไม่ให้หลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจ
  • ป้องกันโรคหัวใจและโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดบางชนิด
  • น้ำมันที่สกัดได้จากใบสดสามารถใช้เป็นน้ำมันหอมระเหย (Volatile Oil) ที่เป็นสารประเภท Aldehyde ที่เรียกว่า Perilla aldehyde
  • ใบโอบะหรืองาขี้ม้อนยังมีสารเซซามอล (Sesamol) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งและช่วยทำให้ร่างกายแก่ช้าลง โดยการใช้ใบโอบะสีแดงไปทำน้ำสมุนไพรดื่ม
  • สารสำคัญที่พบในใบโอบะ ได้แก่ Anthocyanins, Glucoside, Limonenem Linalool, Odimene, Perillene, Pinene, Pulegone, Sabinene, Sitosterol, Stigmasterol, Terpinolene, Aromadendrene, Campesterol, Bergamotene, Caryophyllene

ราคาใบโอบะหรือใบชิโสะ

ปัจจุบันเริ่มมีกลุ่มเกษตรกรนำเอาต้นโอบะ (ชิโซะ) มาปลูกในเมืองไทยกันมากขึ้น โดยเน้นขายให้ร้านญี่ปุ่นโดยเฉพาะ สำหรับต้นทุนการสร้างโรงเรือน ค่าเมล็ดพันธุ์ และวางระบบน้ำ จะใช้ต้นทุนประมาณ 30,000-50,000 บาทต่อไร่ เป็นการลงทุนครั้งเดียว

ส่วนการจำหน่าย ตัดใบ นับใบขายได้ใบละ 50 สตางค์ ถึง 1 บาท ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 70,000 บาทต่อเดือนต่อไร่ ซึ่งสามารถเก็บขายได้ทั้งปี

ใครอ่านมาถึงตรงนี้นี้ต้องร้อง โอโห! เลยว่าทำไมเวลาเราไปกินอาหารญี่ปุ่นแล้วเราถึงไม่กินใบโอบะนะ ทั้งที่ราคาในตลาดตอนนี้ถือว่าเป็นผักที่แพงเลยที่เดี่ยว และยังมีประโยชน์มากกว่าการใช้เป็นใบประดับจาน แต่เมื่อวันนี้คุณได้อ่านถึงตรงนี้แล้วเราเชื่อว่าคุณต้องสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับใช้ได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการดูสายพันธุ์ว่าใบแบบไหนอันไหนของเกาหลี อันไหนของญี่ปุ่น และยังมีวิธีการปลูกโดยเราได้ศึกษามาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ 

และ kaset.today ยังมีบทความที่น่าสนใจอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น พันธุ์ไม้, พันธุ์พืช, ผลไม้, ดอกไม้, ปุ๋ย, สมุนไพร, โรคพืช, แมลงศัตรูพืช, และปศุสัตว์


แหล่งอ้างอิง

ผลการเสริมกากงาม้อนในอาหารไก่เล็กฮอร์นต่อคุณค่าทางโภชนะและสมรรถภาพการผลิตไข่

น้ำมันงาม้อน

SasahzSurprise

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้